ข่าว

น้ำท่วมฉับพลันในกัมพูชาและอินโดฯเสียชีวิตกว่า40

น้ำท่วมฉับพลันในกัมพูชาและอินโดฯเสียชีวิตกว่า40

16 ก.ย. 2552

พายุไต้ฝุ่น"ฉอยหวั่น"ทวีความรุนแรงกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น มุ่งหน้าไปยังญี่ปุ่น ระนองสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก พังงาฝนหนักตลอดทั้งคืนน้ำป่าไหลเข้าท่วม100หลัง

(16ก.ย.) คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของกัมพูชาแถลงวันนี้ว่า มีประชาชนเสียชีวิต 7 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 ราย จากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันใน 5 จังหวัด หลังมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้บ้านเรือนกว่า 1,400 หลังและนาข้าวกว่า 1 แสน 8 หมื่นไร่จมอยู่ใต้น้ำ นอกจากนี้ยังสร้างความเสียหายให้กับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นจำนวนมากด้วย

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสุมาตราเหนือของอินโดนีเซีย หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลันใน 6 หมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอมันไดลิง นาทาล เมื่อช่วงเช้าตรู่ของเมื่อวานทำให้มีผู้เสียชีวิต 38 ราย สำนักข่าวอันทารารายงานว่า จนถึงขณะนี้ยังมีชาวบ้านที่ต้องไร้ที่อยู่อาศัยอีก 2 พันคน   ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่มีเรือที่จะนำอาหารและน้ำดื่มออกไปแจกจ่ายผู้ประสบภัย ขณะที่ถนนหนทางถูกตัดขาด หลังสะพานหลายแห่งถูกน้ำพัดพังเสียหาย นอกจากนี้สภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้การเดินทางเข้าโดยทางเรือผ่านทางทะเลอันตรายเกินไปด้วย
  
พายุไต้ฝุ่น"ฉอยหวั่น"ทวีความรุนแรงมุ่งหน้าไปยังญี่ปุ่น

ศูนย์ร่วมเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นของกองทัพเรือสหรัฐ ระบุว่า ศูนย์กลางของพายุไต้ฝุ่น ฉอยหวั่น ซึ่งเป็นภาษาจีนแปลว่าเมฆที่มีสีสันสวยงามทวีความรุนแรงเป็นพายุระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ด้วยความเร็วลม 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็น 269 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเย็นวันนี้ 

จากภาพถ่ายดาวเทียมของนาซาพบว่าพายุลูกนี้ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงที่สุดของปีนี้ มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 2 พันกิโลเมตร และอยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะไซปัน ดินแดนของสหรัฐราว 450 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 17 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งหมู่เกาะทางใต้ของญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้ และศูนย์กลาง
พายุจะพัดผ่านในรัศมี 500 กิโลเมตรจากกรุงโตเกียวในวันเสาร์

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นเฝ้าจับตาพายุลูกนี้ ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 15 ที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกในฤดูมรสุมปีนี้อย่างใกล้ชิด โดยพายุที่มีความรุนแรงระดับ 5 สามารถพัดทำลายอาคารบ้านเรือนขนาดเล็กได้

ส่วนความคืบหน้าพายุไต้ฝุ่น คอปปุ ที่พัดผ่านเกาะฮ่องกงและชายฝั่งทางใต้ของจีนเมื่อวานนี้ ทำให้มีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนัก  ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บในฮ่องกงกว่า 70 คน ในจำนวนนี้ 4 คนอาการสาหัส หลังจากที่พายุลูกนี้ได้คร่าชีวิตชาวฟิลิปปินส์มาแล้ว 3 รายระหว่างพัดผ่านเกาะลูซอนเมื่อวันเสาร์ และคาดว่าพายุลูกนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนขณะเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน

ระนองสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก 

          นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" จากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย "ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 1 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมอ่าวตังเกี๋ย และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ประกอบกับมีปริมาณฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ทางจ.ระนอง

              จึงได้ออกประกาศขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระยะนี้
พังงา)ฝนตกหนักน้ำทะลักท่วม2ม.ท้ายเหมือง100หลังคาเรือนหนีน้ำ

พังงาฝนหนักตลอดทั้งคืนน้ำป่าไหลเข้าท่วม100หลัง

 เมื่อเวลา 09.30 น.(16ก.ย.)นายเจษฎา วัฒนานุรักษ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่า ขณะนี้น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมบ้านชาวบ้านในเขต หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ของตำบลลำภีซึ่งมีชาวบ้านจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน จึงได้ประสานงานไปยังชุดกู้ภัยต่างๆสนับสนุนเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ชุดกู้ภัยกำลังเดินทาง ซึ่งยังไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริงของความเสียหายในเบื้องต้น

 โดยนายจารุวัฒน์ นวลละออง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านเชี่ยวหลอด ต.ลำภี กล่าวว่า น้ำป่าเริ่มทะลักเข้าท่วมบ้านชาวบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น.ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 70 หลังคาเรือน ถนนลาดยางสายบ้านเชี่ยวหลอด-บ้านช้างนอน ระดับน้ำสูงร่วม 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นอกจากนี้มีชาวบ้านในเขตหมู่ที่ 4 ต.ลำภี อีกประมาณ30 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน เนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อกัน

 "หลังฝนตกหนักยังไม่สามารถติดต่อกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ได้เลย แต่ได้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นไปให้จังหวัดทราบแล้ว และล่าสุดปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมะพร้าวได้ขอความช่วยเหลือไปยังฐานทัพเรือพังงาเพื่อขอสนับสนุนเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือชาวบ้านและกำลังเดินทางเข้าพื้นที่" นายจารุวัฒน์ กล่าว

 นายวีระศักดิ์ ส่งแก้ว ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เปิดเผยว่า ชาวบ้านได้ประสบกับภาวะน้ำท่วมจากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก กว่า 120 ครัวเรือนในพื้นที่ ตำบลลำภี หมู่ที่ 3,4,5และ6 ซึ่งขณะนี้ทางอบต.ลำภีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมให้การช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ เบื้องต้นยังไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บแต่อย่างใด สำหรับความเสียหายพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนนั้นยังไม่สามารถสำรวจได้

 ด้านนายประพฤติ ยูถนันท์ นายอำเภอท้ายเหมือง กล่าวว่า ได้ลงไปอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ พบว่า นอกจากในเขต ต.ลำภี แล้วในตำบลทุ่งมะพร้าวหมู่ที่ 8 และ10 ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 60 หลังคาเรือน ซึ่งทุกฝ่ายได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เบื้องต้นนี้ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จัดประกอบอาหารเลี้ยงให้กับผู้ประสบภัยแล้ว เพราะมีจำนวนหลายครอบครัวที่ถูกน้ำท่วมบ้านไม่สามารถประกอบอาหารเลี้ยงสมาชิกในครอบครัวได้

 ส่วนถุงยังชีพประเภทข้าวสารอาหารแห้งนั้นในเย็นวันนี้ทางจังหวัดซึ่งนำโดยป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงา จะได้นำมาแจกให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งตัวเลขจริงๆนั้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 200 ครัวเรือน ซึ่งจะมีผู้เดือดร้อนอย่างไม่เป็นทางการ 380-400 คน เพราะขณะนี้มีบางพื้นที่ที่ยังเข้าไปสำรวจไม่ได้เพราะถนนหมู่บ้านมีน้ำท่วมสูง

 สำหรับสถานการณ์ของปริมาณน้ำนั้น ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเพียงแค่ทางผ่านของน้ำเท่านั้น เพราะปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา อย่างหนักบนภูเขาในเขตที่มีรอยต่อกับอำเภอกะปง ทำให้น้ำไหลผ่านชุมชนข้างต้นเพื่อไปลงคลองทุ่งมะพร้าวและไหลลงไปยังทะเลอันดามัน ที่ปากคลองทุ่งมะพร้าวพื้นที่น้ำท่วมจึงเป็นพื้นที่ที่รับน้ำจากภูเขาก่อนไหลลงสู่ทะเล ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มอีกคาดว่าเย็นวันนี้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เบื้องต้นทั้ง 2 ตำบล ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะรายงานข่าว ท้องฟ้ายังปกคลุมไปด้วยเมฆ และมีฝนโปรยปรายลงมาตลอดเวลา ซึ่งชาวบ้านหลายคนต่างต้องหอบลูกหลานไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติและบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ในพื้นที่สูงในคืนวันนี้