
ชงสรรพากรบริจาคกองทุนยุติธรรมได้ลดภาษี
ยธ.เปิดช่องทางรับบริจาคเงินอุดหนุนกองทุนยุติธรรม ชงสรรพากรลดหย่อนภาษี 2 เท่าของยอดบริจาคระบุไม่ได้ถังแตก มีงบฯอุดหนุนปีละ 200 ล้าน แต่ต้องใช้ตามกรอบกฎหมาย
15 ก.ค.60. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาสให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมว่า กองทุนยุติธรรมเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2549 มีผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุนฯ กว่า 17,400 ราย จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 430 ล้านบาท เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวมากที่สุด รองลงมาคือ ค่าทนายความ ในจำนวนนี้มีผู้ที่ไม่ผ่านเกณ์ช่วยเหลือประมาณร้อยละ 30 โดยเฉลี่ยแต่ละปีจะมีผู้มาขอความช่วยเหลือประมาณ 2,000 คน แต่ในปีนี้กองทุนฯเริ่มเป็นที่รู้จักน่าจะมีผู้ขอรับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 3,000 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 5 ในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีกองทุนยุติธรรมจะได้งบประมาณปีละ 200 ล้านบาท และมีรายได้เพิ่มจากเงินที่ศาลสั่งบังคับกรณีผิดสัญญาประกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และค่าปรับตามคําพิพากษาในคดีอาญา ในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ของจํานวนเงินเฉพาะส่วนที่นําส่งคลัง โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังซึ่งในขณะนี้กองทุนฯยังไม่ได้รับเงินในส่วนนี้ แม้สถานการณ์การเงินของกองทุนฯในปัจจุบันยังเพียงพอต่อความต้องการ แต่หากมีประชาชนมาร้องขอมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อาจเป็นปัญหาในอนาคต
นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมได้ทำหนังสือไปยังกรมสรรพากร เพื่อขอให้เพิ่มข้อเสนอด้วยการใช้มาตรการทางภาษี สร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนยุติธรรม เพื่อนำเงินบริจาคไปใช้ลดหย่อนภาษี รายได้สุทธิได้ 2 เท่าของยอดเงินบริจาค เช่น บริจาค 100 บาท สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 200 บาท ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมสรรพากร หากสามารถทำได้ จะทำให้กองทุนมีเงินสามารถนำไปทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยใช้ต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรมได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาประชาชนที่เดินทางมาขอรับความช่วยเหลือมีฐานะยากจนเหลือเงินติดตัวแค่ 20 บาท ไม่พอจ่ายค่าข้าวและค่าเดินทางกลับบ้าน หรือผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงบางราย เมื่อได้รับการช่วยเหลือเรื่องหลักทรัพย์ประกันตัว ปล่อยออกจากเรือนจำแต่ไม่มีค่ารถกลับบ้าน ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้อยู่นอกเหนือการอนุมัติช่วยเหลือตามกรอบกฎหมายของกองทุนยุติธรรม ซึ่งจำกัดอยู่เพียงค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล ค่าตรวจพิสูจน์ต่างๆ และหลักทรัพย์ในการขอปล่อยตัวชั่วคราว ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ต้องใช้เงินส่วนตัวเข้าไปช่วนเหลือแต่ไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นหากกองทุนฯมีรายได้เพิ่มเติมจากการบริจาคจะสามารถนำมาช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆนอกกรอบของกฎหมายได้บ้าง"รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว



