ข่าว

ศาลรธน.มึนเจอเอกสารถอดถอน16ส.ว.ถือหุ้นรัฐกว่า8หมื่นแผ่น

ศาลรธน.มึนเจอเอกสารถอดถอน16ส.ว.ถือหุ้นรัฐกว่า8หมื่นแผ่น

16 ก.ย. 2552

ศาล รธน. ประชุมรับทราบคำร้องเพิกถอน 16 ส.ว. ถือหุ้นสัมปทานรัฐมึนตึ้บ เอกสารกว่า 8 หมื่นแผ่น สั่ง กกต. เจ้าหน้าที่วุฒิสภา มาแยกสำนวน ไม่สน ศป.รับเรื่องพิจารณา ชี้เป็นคนละขอบเขตอำนาจ ด้าน ปธ.สภา ส่งเรื่อง 13 ส.ส. ปชป.แล้วเช่นกัน

 (16ก.ย.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีนาย ชัช ชลวร เป็นประธานได้ประชุม เพื่อรับทราบรายงานความคืบหน้าจากนาย เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กรณีนาย ประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ได้ส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ กรณี ส.ว. จำนวน 16 คนสิ้นสุดสมาชิกภาพลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 119 ( 5 ) เพราะถือหุ้นเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 48 ประกอบมาตรา 265 แห่งรัฐธรรมนญ ที่ได้ส่งมาเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา

 นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงข่าวภายหลังการประชุม ว่า ตนได้รายงานการส่งคำร้องของประธานวุฒิสภาที่ส่งมานั้นประกอบด้วย ต้นฉบับและสำเนาจำนวน 16 ชุด แต่ละชุดมีเอกสารจำนวน 5,000 แห่ง รวมทั้งสิ้น 80,000 แผ่น แล้วจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเอกสารบางส่วนไม่สมบูรณ์ ได้แก่ บางส่วนไม่มีเลขหน้า บางส่วนถ่ายเอกสารไม่ชัดเจน และบางส่วนไม่รับรองสำเนาถูกต้อง เป็นต้น อีกทั้งเนื้อหาของคำร้องที่ส่งมามีทั้งสำนวนของส.ว.ที่กกต.เห็นว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลง 16 คน และไม่เข้าลักษณะต้องห้ามและยุติเรื่องจำนวน 21 คน รวมทั้งสิ้น 37 คน จึงเป็นเหตุให้ต้องใช้ระยะเวลาและกำลังคนจำนวนมากในการคัดแยกสำนวน

 นายเชาวนะ กล่าวอีกว่า หลังจากที่คณะตุลาการได้รับฟังรายงานแล้ว ได้มีมติให้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาโดยให้เลขาธิการวุฒิสภา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงานมาดำเนินการแยกสำนวนภายในวันที่ 17 ก.ย.ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

 ด้านนายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานกำลังอยู่ในระหว่างคัดเอกสารคำร้องที่ทางประธานวุฒิสภาได้ส่งมาสำนวนมาทั้งหมด 80,000 แผ่น ไม่ได้แยกสำนวนเฉพาะคนที่กกต.เห็นว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพ จำนวน 16 คน รวมทั้งยังเห็นว่ามีเอกสารที่สลับกันอยู่ ซึ่งทางสภาไม่คัดแยกเอกสารมาให้ทำให้สำนักงานต้องเป็นฝ่ายคัดแยกให้เรียบร้อยก่อนจะนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมคณะตุลาการ ว่า จะรับคำร้องดังกล่าวเข้าหลักเกณฑ์ที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งต้องดูคำร้องให้ดีก่อน จึงต้องเชิญเจ้าหน้าที่กกต.มาช่วยคัดแยก เมื่อคัดแยกเสร็จแล้วก็จะเชิญทั้ง 16 ส.ว.ที่ถูกร้องให้มาตรวจดูเอกสารด้วย แต่ทั้งนี้บอกไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่

 “ ยืนยันศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ต้องการยื้อเวลาเรื่องนี้ ต้องเห็นใจหน่อย เอกสารมีเป็นจำนวนมากจริงๆ ขณะนี้เราพยายามเร่งรัดอย่างเต็มที่พร้อมกำชับให้ทางเจ้าหน้าที่ประสานกับทางกกต.มาคัดแยกเอกสารที่ไม่จำเป็นออกมาโดยเร็ว ” นายบุญส่ง กล่าว

 เมื่อถามว่า กรณีนี้จำเป็นต้องรอให้ศาลปกครองพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนหรือไม่ เพราะมีส.ว.บางคนได้ไปฟ้องกกต.เกี่ยวกับมติเรื่องนี้ด้วย นายบุญส่งกล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรอ ส่วนของศาลปกครองก็พิจารณากระบวนการวินิจฉัยของกกต.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญก็จะพิจารณาในส่วนท่าส.ว.เข้าไปถือหุ้นนั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของอำนาจแต่ละศาล ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยังได้รับคำร้องที่กกต.ได้ขอให้ศาลได้วินิจฉัยกรณีสมาชิกภาพของ 13 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ถือหุ้นเข้าลักษณะต้องห้าม ที่ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งมาโดยมีเอกสารจำนวน 3 ลัง ซึ่งจากนี้ทางชั้นธุรการจะตรวจสอบคัดแยกเอกสารอีกครั้งว่ามีความเรียบร้อยหรือไม่ก่อนเสนอตุลาการ

 ด้าน นาย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานกกต. ได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ไปคัดแยกเอกสาร ที่ ประธานวุฒิสภา ได้ส่งคำร้องที่กกต.เห็นว่า 16 ส.ว.สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.เนื่องจากเข้าไปถือหุ้นต้องห้าม ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ซึ่งได้แจ้งมาว่าเอกสารมีบางส่วนไม่สมบูรณ์ เช่นไม่มีเลขหน้า บางหน้าไม่ได้เซ็นต์เอกสารสำเนาถูกต้อง ทั้งนี้ทางกกต.ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับทางศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างดี โดยพรุ่งนี้( 17 ก.ย.) ทางสำนักงานกกต.จะมอบหมายผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงโดยจะให้ผอ.สำนักวินิฉัยและคดี และเลขานุการคณะกรรมการไต่สวน พร้อมทีมงาน ที่ดูแลในสำนวนของส.ว.ไปช่วยอย่างเต็มที อย่างไรก็ตามกรณีนี้ยังเป็นขั้นตอนของธุรการอยู่