
การเงิน... “วัยรุ่น” สาวๆ สมัยนี้ !!
วัยรุ่นในวัยเรียน โดยเฉพาะ "สาวๆ" เขามีการใช้จ่าย หรือวางแผนการเงินอย่างไร รายรับรายจ่ายเพียงพอไหมในแต่ละเดือน หรือมีการหารายได้เพิ่มกันบ้างไหม ยังไงบ้าง?
ในช่วงยุคเศรษฐกิจอย่างนี้ วัยรุ่นในวัยเรียนโดยเฉพาะ "สาว ๆ" ในยุคที่มีสิ่งล่อตาล่อใจมากมาย เขามีการใช้จ่าย หรือวางแผนการเงินอย่างไร รายรับรายจ่ายเพียงพอไหมในแต่ละเดือน หรือมีการหารายได้เพิ่มกันบ้างไหม ยังไงบ้าง?
ทั้งนี้จากการสอบถามข้อมูลนักศึกษาจำนวนหนึ่ง พบว่าส่วนใหญ่ได้รายรับเป็นรายเดือน และทำงานหารายได้เสริมไปด้วย
สิริวรรณ เขียวตาด นักศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น เล่าว่า เธอได้รายรับเป็นรายวันจากพ่อ วันละ 200 บาท ซึ่งสามารถขอเพิ่มได้อีกตลอด โดยจะใช้จ่ายในแต่ละวัน คือ ค่ารถ ค่าข้าว จะเหลือบ้างบางวัน วันละ 20-30 บาท ก็จะเก็บไว้
อย่างไรก็ตาม สิริวรรณ บอกว่า เธอก็หารายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย โดยการรับงานทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะรับงานเฉพาะช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันไหนที่ว่าง อย่างเช่น งานพริตตี้ โดยเป็นพริตตี้ต้อนรับและชักชวนลูกค้าเข้าบูธมาร่วมกิจกรรม หรือการแจกของสัมมนาต่างๆภายในงาน ซึ่งรายได้จะอยู่ที่ 1,000-3,000 บาทต่อวัน และก็มีรับงานพีซี (Product Consultant ) คือ แนะนำสินค้า หรือเชียร์สินค้าในห้าง เช่น แปรงสีฟัน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ขนมช็อคโกแลต ฯลฯ เป็นต้น โดยจะรับงานยาวติดต่อกัน 2-3เดือน แต่จะทำแค่วันเสาร์อาทิตย์ รายรับรวมๆแล้วของงานนี้จะตกเดือนละ 7,000-8,000
ส่วนอีกงานที่เธอเล่าก็จะมีรับงานเอ็มซีบ้าง แต่รับน้อยมาก เพราะยังพูดไม่ค่อยเก่ง รายได้วันละ 1,000-1,500 บาท
“เงินที่ได้ทั้งหมดจากการทำงานพิเศษก็นำมาช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่เรื่องค่าเทอมบ้าง แต่พ่อก็ยังให้รายวันอยู่ตลอด ถ้าช่วงไหนค่าใช้จ่ายที่บ้านเยอะเกิน ก็จะเอาเงินที่ตัวเองทำงานเก็บเอาไว้ออกมาใช้”
+++
จุฑารัตน์ น้อยอุดม นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเด็กอีกคนที่มีเป้าหมายว่าอยากจะทำอะไร และพยายามเก็บเงินโดยการหางานพิเศษทำ ซึ่งตัวเธอเองจะได้เงินค่าขนมจากครอบครัว เดือนละ 6,000 บาท โดยจะแบ่งจ่ายทีละครึ่งเดือน ส่วนรายได้เพิ่มจะเป็นค่าจ้างจากการทำงานพาร์ทไทม์ในร้านกาแฟ
“ค่าจ้างอันนี้จะแล้วแต่ว่าเขาจัดตารางให้เราทำมากน้อยแค่ไหน ถ้าได้ทำเยอะหน่อย ก็จะได้ประมาณ 1,000-1,500 ถ้าได้ทำน้อยก็ได้ประมาณ 500 บาท แล้วก็มีค่าจ้างจากงานเสริม เช่น เป็นสต๊าฟจัดงาน เดือนหนึ่งอาจจะมีครั้งหนึ่งหรือไม่มีเลย ต่อครั้งก็ได้ประมาณ 300 กว่าบาท”
จุฑารัตน์ เล่าว่า รายจ่ายส่วนมากของเธอจะหมดไปกับค่าอาหาร แต่กำหนดไว้ว่าวันหนึ่งต้องไม่เกิน 100 บาท อาจจะมีมื้อที่ตามใจตัวเองแค่ 1-2 มื้อต่อเดือน แต่มื้อนั้นๆจะพยายามไม่ให้เกิน 200 บาท และก็มีค่าของใช้ในหอ ของใช้ส่วนตัว ประมาณ 100-200 บาทต่อเดือน
“จริงๆแค่เงินค่าขนม 6,000 นี้เราก็อยู่ได้ชิวๆแล้วนะ ถ้าไม่กินอาหารแพงบ่อยๆ แต่เงินเก็บเราไม่มีเลย ใช้เดือนชนเดือนตลอด ก็เลยพยายามหารายได้เสริมจากการทำงานพาร์ทไทม์ พอดีกับที่เพื่อนเราทำอยู่ร้านกาแฟก็เลยชวนเรามาทำด้วย แต่ก็ยังไม่มีเงินเก็บอยู่ดี ” เธอเล่าพลางหัวเราะ
จุฑารัตน์ บอกว่า ตอนนี้เธอมีแพลนจะไปเที่ยวต่างประเทศประมาณกลางปีหน้าด้วยเงินตัวเอง ช่วงปิดเทอมจึงตั้งใจทำงานเก็บเงินมากๆ พยายามหางานเสริมตลอด แต่ก็สบายดี ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรมากมาย
+++
ชนากานต์ จันทร์พงษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้เล่าถึงรายรับรายจ่าย และการหารายได้เพิ่มของตัวเองว่า รายรับของเธอนั้นได้จากพ่อกับแม่ ให้เงินเดือน เดือนละ 2,000 บาทสำหรับใช้จ่ายในการไปที่มหาวิทยาลัยและในการซื้อของใช้ส่วนตัวของตัวเอง ส่วนถ้ามีรายจ่ายอย่างอื่นเพิ่มเติม ก็จะบอกพ่อแม่และขอเงิน เพื่อที่จะไปจ่ายในส่วนตรงนั้น แต่จะไม่ขอเกินในส่วนที่ให้จ่ายจริง
ส่วนรายจ่ายในแต่ละวันที่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยจะใช้เงินไม่เกินวันละ 50 บาท และจ่ายค่าเอกสารประกอบการเรียนบางวิชา เวลาไปเรียน ใน 1 สัปดาห์ ถ้ามีเรียนตั้งแต่เช้า - บ่าย ก็จะซื้อข้าวกลางวันกิน จานละ 30 บาท น้ำเปล่า 1ขวด 6 บาท ขนม 10 บาท แต่ถ้าไม่มีเรียนในช่วงเช้า - บ่าย (อาจจะมีเรียนแค่ตอนเช้าหรือตอนบ่ายอย่างเดียว) ก็จะกลับมากินข้าวที่บ้าน เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเธอกับน้องจะแบ่งกันเติมน้ำมันรถมอเตอร์ไซต์ ครั้งละ 50-60 บาท สัปดาห์ละครั้ง ในหนึ่งเดือน โดยเธอจะเติม 3 ครั้ง น้องเติม 2 ครั้ง สลับกันไปมา
ชนากานต์ บอกว่า เธอจะมีรายรับเสริมให้กับตัวเอง คือการรับจ้างขายของกับพี่สาว ซึ่งเธอจะไปรับจ้างขายสัตว์เลี้ยงสวยงาม(ขายปลา)กับพี่สาวที่ตลาดนัด อาทิตย์ละครั้ง1-2 ครั้ง ไปเฉพาะตอนที่ว่างๆเท่านั้น ซึ่งการไปรับจ้างขายของกับพี่สาวนั้นจะได้ 200 บาท/ครั้งเท่านั้น ทำเป็นรายได้เสริมครั้งคราว เนื่องจากเรียนเป็นหลัก
“สำหรับเราคิดว่ารายได้ที่ได้รับนั้นเพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับมีเงินเหลือเก็บมากเท่าไหร่ เพราะไม่ได้มีอาชีพเสริมที่ต้องทำตลอด แต่ก็รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด เพราะยังเรียนหนังสืออยู่ด้วย ”
+++
ชนัญชิดา สนองคุณ นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้แจกแจงรายรับรายจ่ายของตัวเธอเองให้ฟังว่า มีรายรับจากน้าเดือนละ 12,000 บาท ส่วนรายจ่าย หลักๆเลยก็จะมีค่าหอ 5,300 บาทและก็ค่ากินข้าวในแต่ละวัน
อย่างอาทิตย์ที่ผ่านมาจะมีค่าชาบู 300 ค่าของใช้ 300 ค่ารถแท็กซี่ 150 ค่าbts 120 ค่าอุปกรณ์การเรียน 300 ค่าเครื่องดื่ม140 และค่าโทรศัพท์ 900 แต่ปกติแล้ว แม่ของเธอจะจ่ายค่าโทรศัพท์ให้
“ต่อเดือนคิดว่าไม่พอใช้ จะมีขอเพิ่มอีก 1,500 บ้าง แต่เดือนหนึ่งจะใช้ไม่เกิน 15,000 บาท”
+++
กาญจนา แสงอ่ำ นักศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น เป็นเด็กทุนกู้กยศ. โดยเธอเล่าว่า รายรับของเธอนั้นจะได้มาจากย่าเดือนละ 3,000 บาท กยศ.อีกเดือนละ 2,200 บาท ซึ่งเธอก็ต้องหารายได้พิเศษมาช่วย
สำหรับรายได้เสริมของเธอจะมาจากการรับงานออกแบบวาดภาพต่างๆเดือนละประมาณ 500-1,000 บาท
ส่วนอีกงานก็คือ การรับงานอีเวนต์เป็นสต๊าฟเป็นครั้งคราว ได้ครั้งละประมาณ 1500-2000 บาท
“คิดว่ารายรับพอ เพราะว่าประหยัดเอา ค่ารถไม่ต้องเสีย เสียแค่ค่าข้าวกับค่าโทรศัพท์อย่างเดียว ”
+++
อนันตญา ขวัญเมือง นักศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เล่าถึงวิธีการจัดการบริหารเงินของเธอเองว่า ได้รายรับมาจากแม่เดือนละ 5,000 บาท แต่เธอจะไม่เก็บเงินทั้งหมดไว้กับตัว
“จะฝากเงินไว้กับธนาคาร เพราะเวลาเราถอนออกมาแต่ละครั้งจะได้รู้ว่าใช้ไปเท่าไหร่ เพราะเป็นคนไม่ค่อยจด และชอบลืม ก็เลยใช้วิธีกดมาพอใช้ หมดแล้วก็กดใหม่ แต่หนึ่งอาทิตย์จะใช้ไม่เกิน 1,200 บาทเพราะเดี๋ยวจะติดลบ รายรับที่ได้พอนะ ถ้าไม่ซื้อนู้นนี่ที่ไม่จำเป็น”
อย่างไรก็ตาม อนันตญา ก็เหมือนกับเพื่อนนักศึกษาอีกหลายคน คือ หารายได้พิเศษไปด้วย คือ ทำงานพิเศษ เสาร์-อาทิตย์ ได้วันละ 300 บาท เพื่อเป็นเงินเก็บ
“เงินทั้งหมดที่ได้จากการทำงานจะฝากธนาคารไว้ ห้ามใช้ เพื่อเป็นรายจ่ายฉุกเฉิน แล้วก็เก็บไปเที่ยว และจะไม่ทำบัตรเอทีเอ็ม เพราะถ้าทำบัตรก็จะเอาออกมาใช้จ่ายได้ง่าย”
+++
ณัฐพร เผือกอุดม นักศึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น เป็นอีกหนึ่งคนที่ทำงานพิเศษ หารายได้เพิ่มให้กับตัวเอง โดยเธอมีรายได้จากพ่อแม่เดือนละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งแต่ละวันก็จะใช้ประมาณ200 -500 บาท โดยจะหมดไปกับเรื่องจิปาถะ แต่มากสุดก็คือเรื่องกิน
สำหรับการหารายได้เพิ่มของเธอ คือ การรับจ้างถ่ายภาพกับเพื่อน โดยเธอจะเป็นคนหางานให้เพื่อน ดูแลเรื่องคิว นัดเวลา สถานที่ วันถ่าย ไม่ได้ลงไปถ่ายภาพเอง รายได้อยู่ที่ประมาณครั้งละ 500-700 บาท เดือนหนึ่งได้ประมาณ 3,000-5,000 บาท แต่บางเดือนก็ไม่มีงาน ส่วนมากจะเป็นงานแบบคนรู้จักกันทั้งนั้น เหมือนบอกต่อปากต่อปากว่าเพื่อนรับงานถ่ายภาพ โดยเงินที่ได้ก็เอาไปเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเป็นเงินเก็บ
แต่ละคนล้วนมีวิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเป้าหมายว่าอยู่แค่ไหน...แค่มีเงินพอใช้ หรือ ต้องมีเงินเก็บ !!
โดย กมลวรรณ ภู่สวัสดิ์ คมชัดลึกออนไลน์



