ข่าว

"คำนูณ"แจงปฏิวัติใหญ่ดำเนินคดีอาญานักการเมือง

"คำนูณ"แจงปฏิวัติใหญ่ดำเนินคดีอาญานักการเมือง

14 ก.ค. 2560

"คำนูณ" แจงผลหลัง กม.คดีอาญานักการเมืองผ่าน สนช. นักการเมืองหนีคดีพิจารณาลับหลังได้ หากศาลประทับรับฟ้องแล้วไม่มีอายุความ หนีคดียังไงต้องกลับรับผิด

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ   ได้โพสต์เฟซบุ๊คอธิบายถึง ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ..  ที่เพิ่งผ่านการพิจาณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติวานนี้ (13 ก.ค. 2560)ว่า "การปฏิวัติใหญ่คดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเกิดขึ้นแล้ว !"

    แม้คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2560 จะอุทธรณ์ได้ในทุกกรณี แตกต่างจากก่อนหน้าที่จำกัดให้อุทธรณ์ได้เฉพาะเมื่อมีข้อเท็จจริงใหม่เท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามกติกาสากลที่นานาอารยประเทศยอมรับกันก็ตาม แต่การที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติผ่านร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ..... เมื่อวานนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับปฏิวัติที่จะมีผลสะเทือนต่อการเมืองไทยใหญ่หลวงกว่าอย่างแน่นอน

    การเปลี่ยนแปลงที่กล่าวได้ว่าเป็นระดับปฏิวัติมีโดยสรุปดังนี้
 
    1. แม้ไม่สามารถนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาศาล ก็ให้ศาลประทับรับฟ้องได้ - มาตรา 26
 
    2. เมื่อศาลประทับรับฟ้องตาม 1 แล้วให้ศาลออกหมายเรียก และหมายจับ ถ้าจับผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ภายในเวลา 3 เดือน ก็ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาคดีลับหลังผู้ถูกกล่าวหาได้ - มาตรา 27
 
    3. เมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้วอายุความสะดุดหยุดลง หากผู้ถูกกล่าวหาหนีไประหว่างพิจารณาคดีก็ไม่ให้นับระยะเวลาที่หนีไปรวมอยู่ในอายุความ - มาตรา 24/1 วรรคแรกและวรรคสอง
 
    4. เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกแล้วผู้ต้องหาหนีไป ไม่ว่าจะลงโทษจำคุกเท่าใด และผู้ถูกกล่าวหาจะหนีไปนานเท่าใด ก็ไม่เป็นเหตุให้ยกเว้นโทษจำคุกนั้นในอนาคต คือไม่ให้นำประมวลกฎหมายอาญามาตรา 98 มาใช้บังคับ - มาตรา 24/1 วรรคสาม
 
    5. คดีเดิมที่ศาลจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเพราะเหตุไม่ได้ตัวผู้ถูกกล่าวหามาศาลอันเป็นกฎเกณฑ์ตามกฎหมายเก่า ให้ดำเนินการกระบวนพิจารณาต่อไปตามกฎหมายใหม่ทั้งหมด ซึ่งหมายถึงดำเนินการตามข้อ 1 และ 2 ด้วย และคดีที่พิพากษาจำคุกไปแล้วก็จะเข้าเงื่อนไขข้อ 4 - บทเฉพาะกาลมาตรา 67 บทเฉพาะกาลมาตรา 67 มีความหมายยิ่งนักจึงขอคัดมาแสดงกันดังนี้
"มาตรา 67 บทบัญญัติในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ไม่กระทบต่อการดำเนินการใดในคดีที่ยื่นฟ้องไว้ก่อนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับและได้ดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ส่วนการดำเนินการต่อไปให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้"

     ย้ำและขีดเส้นใต้หนาตรง...."....ส่วนการดำเนินการต่อไปให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้"
(เลขมาตราที่อ้างอิงไว้ข้างต้นทั้งหมดเป็นเลขมาตราในชั้นการพิจารณาในสภานิติบัญญัติ เมื่อประกาศใช้จริงอาจมีการปรับบ้าง)

    ทั้ง 3 ประการเป็นการปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการวาระ 2ภาพประกอบคืิอรายงานกรรมาธิการ ตัวตัดคือที่กรรมาธิการตัดออก ตัวที่ขีดเส้นใต้คือที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
โดยบทเฉพาะกาลมาตรา 67 ที่จะส่งผลสะเทือนใหญ่หลวงมาก อดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งแม้จะไม่กลับประเทศไทยก็ตาม แต่ก็จะต้องรับผลกระทบถูกดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในคดีที่ศาลจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเพราะเหตุไม่มาศาลต่อไปทันทีตามกฎหมายใหม่นี้อีกประมาณ 4 คดี รวมมูลค่าที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตหลาย ๆ หมื่นล้านบาท
 
    และคดีเก่าคดีหนึ่งที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกอดีตนายกรัฐมนตรีคนนั้น 2 ปีไม่ว่าท่านจะไม่กลับประเทศอีกนานเท่าใดก็ไม่เป็นเหตุให้ไม่ต้องรับโทษนั้น
ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีหรืออดีตรัฐมนตรีคนอื่นที่กำลังอยู่ในกระบวนพิจารณาคดี หรือถูกฟ้องคดีใหม่ หรือถูกพิพากษาจำคุกไปแล้วหนีไป หากจะคิดหนีต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ยกเว้นหนีตลอดชีวิต
เป็นเหตุการณ์ที่จะเริ่มเกิดขึ้นภายในปี 2560 นี้
------