
นายกเปิดทำเนียบต้อนรับ"แบล็ตเตอร์"ประธานฟีฟ่า
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบเลี้ยงต้อนรับ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่า พร้อมหารือสนับสนุนประเทศไทยเป็นเจ้าภาพฟุตซอลชิงแชมป์โลก และประชุมฟีฟ่าคองเกรส ในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ประธานฟีฟ่า รับปากนำเข้าที่ประชุม ชี้ไทยมีศักยภาพเพียงพอรับงานใหญ
ความคืบหน้าการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กันยายน ช่วงเช้าประธานฟีฟ่าเดินทางไปเปิดศูนย์ฝึกฟุตบอลอนุสรณ์สึนามิ ที่จ.ภูเก็ต พร้อมด้วย "บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย "มร.โอเค" นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอล โดยมี่นายเอี่ยม ถาวรว่องวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต และเด็กนักเรียนอีก 300 คน ต้อนรับ
หลังเปิดศูนย์ฝึกฟุตบอลอนุสรณ์สึนามิ ที่ฟีฟ่าให้การสนับสนุนเป็นเงิน 35 ล้านบาท แบล็ตเตอร์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเปิดศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งนี้ รวมทั้งได้รับการร่วมมือจากสมาคมฟุตบอลไทยอย่างเต็มที่ กีฬาฟุตบอลไม่ใช่แค่เป็นการเตะลูกบอลไปมา แต่เป็นความหวังของคนหลายๆ คนในสังคม
นอกจากนั้นประธานฟีฟ่ายังกล่าวถึงการที่ประเทศไทยจะขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกปี 2012 ว่าประเทศไทยมีโอกาสจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการนี้ เนื่องจากเห็นแล้วว่ามีศักยภาพเพียงพอหลายด้าน อย่างไรก็ตามยังคงต้องดูรายละเอียดทั้งหมดก่อน เพราะหากเลือกเจ้าภาพแล้วจัดไม่ได้จะเกิดความเสียหายขึ้น แต่ดูภาพรวมแล้วประเทศไทยมีความพร้อมเพียงพอ
หลังจากนั้น แบล็ตเตอร์ เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 18.00 น. เพื่อเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และมีงานจัดเลี้ยงต้อนรับประธานฟีฟ่า โดยที่แบล็ตเตอร์ ได้มอบเหรียญที่ระลึกจากฟีฟ่า พร้อมกับธงฟีฟ่าปักชื่อ
อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ให้นายกรัฐมนตรี ขณะที่นายอภิสิทธิ์ได้มอบ ถ้วยเบญจรงค์ให้ประธานฟีฟ่าด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นแฟนฟุตบอลอยู่แล้ว และเมืองไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับฟีฟ่าเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะฟุตซอล ซึ่งถือเป็นกีฬาหลักของไทยที่ได้รับความนิยมจากเยาวชนคนไทยอยากมาก ตรงนี้รัฐบาลก็พร้อมจะพัฒนาให้ก้าวต่อไป
ขณะที่ แบล็ตเตอร์ กล่าวว่า ในเรื่องการจัดการแข่งขันฟุตซอลโลกในปี 2012 และฟีฟ่าคองเกรส ที่ประเทศไทยขอเป็นเจ้าภาพ แน่นอนว่าพร้อมที่จะนำเรื่องนี้เข้าไปสู่การประชุมของฟีฟ่าอย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้ตนเองไม่สามารถตัดสินใจอะไรเองได้เนื่องจากการเลือกชาติใดเป็นเจ้าภาพต้องพิจารณากันระเอียดพอสมควรเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศเจ้าภาพ แต่เท่าที่รู้จักไทย ไทยมีคุณสมบัติพอที่จะรับงานใหญ่อย่างนี้แน่นอน



