ข่าว

พา 40 อาสารุ่นใหม่ร่วมปลูกป่ารักษาต้นน้ำ

พา 40 อาสารุ่นใหม่ร่วมปลูกป่ารักษาต้นน้ำ

13 ก.ค. 2560

"เบรกเกอร์" ร่วมฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ม่อนแจ่ม ม่อนล่อง

พา 40 อาสารุ่นใหม่ร่วมปลูกป่ารักษาต้นน้ำ

          สิ่งหนึ่งที่จะช่วยสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมได้ นั่นคือ การลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้ บริษัท เอส.ซี.เอส. สปอร์ตสแวร์ จำกัด จากแบรนด์รองเท้า "เบรกเกอร์" ที่จับมือร่วมกับ มูลนิธิราชพฤกษ์ นำทีมอาสาสมัครคนรุ่นใหม่กว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรม ปลูกป่า "เบรกเกอร์ เซฟ เรนฟอเรส" ฟื้นฟูป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม ม่อนล่อง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันก่อน

พา 40 อาสารุ่นใหม่ร่วมปลูกป่ารักษาต้นน้ำ

ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช-วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย ออกแรงปลูกต้นไม้กับอาสาสมัคร 

          วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส.ซี.เอส สปอร์ตสแวร์ จำกัด กล่าวว่า เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีของคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ให้เห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ต่อชีวิต และโลกของเรา ด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าในธรรมชาติที่ถูกต้องพร้อมตอบแทนอาสาสมัคร ด้วยการมอบรองเท้ารุ่นพิเศษ "เบรกเกอร์ ฮอร์นบิลล์" ที่ทำขึ้นเฉพาะกิจเพียง 40 คู่ สำหรับอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรม เท่านั้น โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์, ดร.สตีฟ เอลเลียต ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยฟื้นฟูป่า หรือ FORRU จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ภูเบศวร์ เมืองมูล หัวหน้าโครงการหลวงหนองหอย เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ม่อนแจ่ม-ม่องล่อง จ.เชียงใหม่ 

พา 40 อาสารุ่นใหม่ร่วมปลูกป่ารักษาต้นน้ำ

          "สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นในโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ม่อนแจ่ม ม่อนล่อง ในเขตอุทยานดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งที่ผ่านมาป่าในบริเวณนี้ถูกไฟป่าเผาไหม้เป็นประจำทุกปี ดังนั้นการฟื้นฟูป่าที่นี่จึงเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนมาก จึงเกิดเป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพื้นที่ แห่งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการลงมือศึกษาพื้นที่และวิจัยพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ โดยมีการติดตามผล เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยมีชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการหลักในการตัดหญ้า ใส่ปุ๋ยและเฝ้าระวังไฟ ทั้งนี้ทางเบรกเกอร์จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อเป็นการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของการดูแลรักษา และฟื้นฟูป่าอย่างถูกวิธี ไม่ใช่เพียงการปลูกป่าเพียงคนละต้นสองต้น แล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน แต่มองที่การคืนป่าสู่ธรรมชาติอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน"  วิษณุ กล่าว

พา 40 อาสารุ่นใหม่ร่วมปลูกป่ารักษาต้นน้ำ

          ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช กล่าวว่า กว่า 30 ปีที่ทางมูลนิธิราชพฤกษ์ ทำหน้าที่ปลูกป่าทั้งป่าบกและป่าชายเลน ซึ่งแม้เราจะเป็นหน่วยงานเล็กๆ แต่เรามาพร้อมภารกิจที่ยิ่งใหญ่ด้วยความ ตั้งใจที่จะเห็น พื้นที่ป่าในประเทศไทยกลับมาเขียวชะอุ่มอีกครั้ง จนตอนนี้เราได้ทำการปลูกไปแล้วกว่า 20 ล้านต้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความร่วมมือ จากหลายภาคส่วน ทั้งบริษัทเอกชนและอาสาสมัคร ทุกคนที่เต็มใจมาทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกของเรา 
  พา 40 อาสารุ่นใหม่ร่วมปลูกป่ารักษาต้นน้ำ

        ขณะที่ ดร.สตีฟ เอลเลียต ให้ข้อมูลว่า เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่าแห่งนี้ เกิดขึ้นมาได้ด้วยความเชื่อที่ว่าป่าสามารถฟื้นฟูได้ ไม่ใช่ต้องนำต้นไม้เข้าไปปลูกอย่างเดียว ซึ่งในสมัยนั้นคนรอบตัวทุกคนมีความเชื่อที่ว่า ป่าที่นี่ไม่มีทางฟื้นฟูได้ จะทำได้มากที่สุดก็คงเป็นเพียงการนำต้นยูคาลิปตัสหรือต้นสนมาปลูกก็เท่านั้น แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้เราสามารถคืนระบบนิเวศและป่าที่สมบูรณ์ ให้ป่าแห่งนี้ได้แล้ว และในวันนี้เราได้มีการขยายพื้นที่และนำต้นกล้ามาปลูกเพิ่มอีกกว่า 3,000 ต้น รวมกว่า 21 สายพันธุ์ บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ พร้อมด้วยการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ใกล้กันด้วยการนำเทคนิคการใช้กระดาษคลุมโคน ต้นไม้มาใช้ในการฟื้นฟูป่าในครั้งนี้ ซึ่งเทคนิคนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นเทคนิคที่ช่วยลด วัชพืชรอบๆ โคนต้นที่อาจเป็นอุปสรรคของการเจริญเติบโตของต้นกล้าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยป้องกัน ไม่ให้หญ้าขึ้นสูง ซึ่งการลดจำนวนหญ้าจะช่วยทำให้การเกิดไฟป่าน้อยลงอีกด้วย”
          นอกจากนี้ ดร.สตีฟ ได้กล่าวถึงการฟื้นฟูป่า ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของโลกที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนโดยล่าสุด องค์การสหประชาชาติได้ประกาศถึงภาวะวิกฤติของโลกที่ต้องขอความร่วมมือจากประชากรทุกคนในการช่วยฟื้นฟูป่าไม้ โดยจะต้อง ฟื้นฟูป่าอย่างเร่งด่วนด้วยเป้าหมายคือ ขนาด 350,000 ล้านเอเคอร์ หรือ 1,800,000 ล้านไร่ หรือเทียบง่ายๆ คือขนาดของประเทศอินเดียหนึ่งประเทศ ภายในเวลา 13 ปี ซึ่งแน่นอนว่าด้วยภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน