ข่าว

"ปธ.สคจ." ร้อง "บิ๊กตู่" ช่วย หลังแผนฟื้นฟูติดหล่มระดมเงิน

"ปธ.สคจ." ร้อง "บิ๊กตู่" ช่วย หลังแผนฟื้นฟูติดหล่มระดมเงิน

13 ก.ค. 2560

"ปธ.สคจ." ร้อง "บิ๊กตู่" ช่วย หลังแผนฟื้นฟู "สหกรณ์ฯคลองจั่น" เจออุปสรรค นำทรัพย์สินขายทอดตลาด ใช้หนี้สมาชิก วอน แบงค์รัฐปล่อยกู้3หมื่นล้าน

          13 ก.ค.60-นายประกิต พิลังกาสา ประธานคณะกรรมการผู้บริหารแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น (สคจ.) ได้ยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ผ่านนายออมสิน  ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับการดำเนินการแผนฟื้นฟู สคจ. เนื่องจากมีอุปสรรคเกี่ยวกับการระดมเงิน และการติดตามทรัพย์สินตลอดจนการขายทรัพย์สินที่จะนำมาชำระหนี้ ตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลให้ธนาคารของรัฐปล่อยเงินกู้จำนวน 3 หมื่นล้านบาทให้แก่สหกรณ์เจ้าหนี้กว่า 70 แห่ง เพื่อนำไปลงทุนในกองทุนต่างๆ ของรัฐหรือให้กู้ยืมแก่สมาชิก 

          นายประกิต เปิดเผยว่า สหกรณ์ฯคลองจั่นมีทรัพย์สินของตนเองที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ รวมทั้งทรัพย์สินของจำเลยคือนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตผู้บริหารสคจ.ที่ยักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ และพวก ที่สหกรณ์ฯ ดำเนินการติดตามยึดและยื่นขอบังคับคดีไว้จำนวนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทที่จะนำออกขายเพื่อได้เงินมาชำระหนี้ และที่ผ่านมานับแต่ปี 2559 สหกรณ์ฯ คลองจั่นได้ติดตามเงินจากคดีความที่ฟ้องร้องผู้กระทำผิดจนได้เงินกลับคืนมาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ไปแล้วประมาณ 1,500 ล้านบาท

                    "ปธ.สคจ." ร้อง "บิ๊กตู่" ช่วย หลังแผนฟื้นฟูติดหล่มระดมเงิน

          "การดำเนินการนำทรัพย์สินออกขายเกิดมีปัญหาอุปสรรคมากมาย สืบเนื่องจากอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ที่กฎหมายได้ให้มีอำนาจในการบริหารจัดการทรัพย์สินทั้งปวงเพื่อวัตถุประสงค์ในการระดมเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ นั้น แท้จริงในทางปฏิบัติผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ไม่สามารถใช้อำนาจตามที่กฎหมายตราไว้ได้เนื่องจากมีอุปสรรคติดขัดและล่าช้าอันเกิดจากการขัดกันของกฎหมายที่ใช้กำกับดูแลและการปฏิบัติของหน่วยราชการตลอดจนกระบวนการยุติธรรมจนส่งผลกระทบเกิดความเสียหายแก่แผนการชำระหนี้" นายประกิต กล่าว

          นายประกิต ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้สหกรณ์ฯ ชนะคดีติดตามทรัพย์คืนจากนายศุภชัยและพวกโดยมีคำสั่งให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินและทรัพย์สินคืนให้สหกรณ์ฯ จำนวน 3,811 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์จำนวนดังกล่าว ปปง. ได้นำยึดจากจำเลยไว้ตามเส้นทางการเงินที่นายศุภชัย  นำเงินของสหกรณ์ฯ ออกไปและได้มาซึ่งทรัพย์นั้น แต่ทรัพย์สินจำนวนดังกล่าวปัจจุบันได้ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)อายัดไว้เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับคดีฟอกเงิน ซึ่งสหกรณ์ฯ ได้มีหนังสือแจ้ง ดีเอสไอ หลายฉบับขอให้เพิกถอนการอายัดและคืนให้แก่สหกรณ์ฯ เพราะต้องนำออกขายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้แต่ไม่เคยได้รับคำตอบชี้แจงแต่ประการใด และปัจจุบันมีกระแสข่าวว่าคณะทำงานร่วมระหว่าง ดีเอสไอ อัยการและปปง.ได้มีความเห็นเบื้องต้นจะเสนอให้ส่งทรัพย์สินจำนวนนี้กลับคืนไปให้ ปปง. อีกรอบหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นจำเลยจะไม่มีทรัพย์สินชดใช้คืนให้แก่สหกรณ์ฯ ตามคำสั่งศาลส่งผลให้สมาชิกเจ้าหนี้สหกรณ์จะได้รับความเดือดร้อนเสียหายต่อไปอีกจากการกระทำที่วกวนล่าช้าและอธิบายไม่ได้.