ข่าว

แชร์สาลิกาเลี่ยมทอง ร้องดีเอสไอสอบตุ๋นธุรกิจของขลัง

แชร์สาลิกาเลี่ยมทอง ร้องดีเอสไอสอบตุ๋นธุรกิจของขลัง

12 ก.ค. 2560

ผู้เสียหาย "แชร์สาลิกาเลี่ยมทอง” ร้องดีเอสไอสอบตุ๋นลงทุนธุรกิจของขลัง ปลุกเสกไม้กฤษณาขาว จากเกจิเมียนมาร์นักธุรกิจเมืองภูเก็ตหลงเชื่อ สูญเงินกว่า 8 ล้าน

            12 ก.ค. 60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนขายสาลิกา เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบการทำธุรกิจหลอกขายเครื่องลางของขลังที่อ้างว่า นำเข้าจากประเทศเมียนมากับเจ้าของเพจเฟซบุ๊กชื่อ "ปุ้มปุ้ย แอปเปิ้ลช้อป" 

            โดยนางประวีณ์นุช จันทร์ประเสริฐ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องลางของขลังจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ "ปุ้มปุ้ย แอปเปิ้ลช้อป" ซึ่งเดิมตนเป็นเพียงผู้ที่เช่ามาบูชา เพราะมีความเชื่อเรื่องโชคลาง และทำธุรกิจขายต้นไม้อยู่ที่จ.ภูเก็ตอยู่แล้ว ต่อมาได้ถูกชักชวนให้เป็นตัวแทนจำหน่าย จึงรับมาจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป ซึ่งวัตถุมงคลจากเพจดังกล่าว จะมีหลายรุ่นหลายราคา โดยเริ่มต้นที่รุ่นพารวย เป็นสาลิกาเลี่ยมทองชุบ ราคา 990 บาท รุ่นเสริมดวง ราคา 1,990 บาท รุ่นรวบเปรี้ยง ราคา 3,990 บาท ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่า จะมีรุ่นใหม่ ๆ มาเสนอขายอยู่เป็นระยะ โดยอ้างว่า แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกันทางด้านโชคลาภ การให้พลัง ความร่ำรวย เพราะผลิตจากไม้ราชพฤกษ์ หรือไม้คูณ ไม้กฤษณาขาว ซึ่งเป็นของสูงและหายาก ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยรุ่นตัวท็อปของสาลิกานั้น คือรุ่นมหาลาภ ซึ่งเป็นรุ่นที่ท็อปที่สุด ใครมีไว้ในครอบครองจะทำให้ร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง 

            นางประวีณ์นุช กล่าวต่อว่า ตนเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายตั้งแต่เดือน พ.ค.2559 และได้ถลำลึกรับมาจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทางเพจดังกล่าวอ้างว่า เครื่องลางของขลังบางรุ่นต้องบูชาคู่กันจึงจะเห็นผลรวดเร็ว ตนก็ได้นำเงินไปลงทุนรวม 8.6 ล้านบาท และมาทราบภายหลังว่า น่าจะถูกหลอก เพราะเวลาที่ชำระเงินบริษัทดังกล่าว ไม่ออกบิลให้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนเหลือเครื่องรางของขลังที่อยู่ในสต๊อกประมาณ 2.5 ล้านบาท แต่ได้จำหน่ายจ่ายแจกไปแล้ว เหลือเครื่องลางของขลังอยู่มูลค่าประมาณ 1.6 ล้านบาท 
            "ขณะนี้เพจดังกล่าว ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดทางหน้าเพจ โดยลบข้อความที่เข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อ เช่น ที่อ้างว่าสาลิกาปลุกเสกจากประเทศเมียนมา ทำด้วยไม้กฤษณา และไม้คูณ ออกจากหน้าเพจ แต่ยังคงมีการโฆษณาขายอย่างต่อเนื่อง และทราบว่า ยังมีผู้เสียหายแบบตนอีกจำนวนมาก ส่วนจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ดิฉันไม่ทราบ ได้สินค้ามาและก็ชักชวนให้คนมาซื้อต่อไปเรื่อยๆ" นางประวีณ์นุช กล่าว

            ด้านนายสามารถ กล่าวว่า หลังจากนี้ทางสมาพันธ์ฯ จะไปร้องเรียนต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เนื่องจากผู้เสียหายกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) มาลงทุน จึงอยากให้ช่วยเจรจาพักชำระหนี้ และคาดว่า จะเข้าข่ายเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ จึงอยากขอให้ดีเอสไอรับไว้ตรวจสอบ เนื่องจากการรักษาสภาพของสมาชิกจะต้องมียอดซื้อสินค้าเดือนละ 50,000 บาท หากไม่ถึงยอดก็จะถูกตัดจากการเป็นสมาชิก อย่างไรก็ตามในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ตนจะให้ผู้เสียหายเดินทางไปเขียนคำร้องที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนดังกล่าว เพื่อติดตามเงินมาคืนให้กับผู้เสียหาย ขณะนี้ทราบว่า มีผู้เสียหายมาร้องเรียนที่สมาพันธ์ฯแล้ว 10 ราย แต่มีข้อมูลว่า มีผู้เสียหายกว่า 100 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 500 ล้านบาท และมีผู้เสียหายมาร้องเรียนยังสมาพันธ์ฯแล้ว 20 ราย

            ด้าน นายอัจฉริยะ กล่าวว่า สำหรับวัตถุที่ใช้ในการทำสาลิกาต่าง ๆ นั้น ตนได้ส่งให้กรมป่าไม้ไปดำเนินการตรวจสอบแล้ว โดยเบื้องต้นพบว่า ไม่ใช่ไม้กฤษณาหรือไม้คูณ แต่เป็นไม้ไผ่ ซึ่งตรงอาจเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกง ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ส่วนกำไลข้อมือที่ทางเพจดังกล่าว อ้างทำมาจากหินหายากนั้น ตนกำลังจะส่งกำไลไปให้ทางกรมทรัพยากรธรณีดำเนินการตรวจสอบต่อไป.