ข่าว

“พาณิชย์”เยือนสหรัฐถกค้า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

“พาณิชย์”เยือนสหรัฐถกค้า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

12 ก.ค. 2560

“พาณิชย์”เยือนสหรัฐถกค้า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

            นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะเดินทางร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ไปเยือนสหรัฐในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เพื่อประชุม StrategicMeeting ระหว่างไทย-สหรัฐ โดยประเด็นที่จะหยิบยกมาหารือ ได้แก่ ประเด็นการค้า รวมทั้งความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

           โดยไทยยังจะรายงานข้อมูลด้านการค้า ซึ่งเคยหารือร่วมกับสหรัฐแล้วภายใต้การประชุมกรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐ (TIFA JC) อาทิ กฎระเบียบด้านศุลกากรและทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทย

            ด้านนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ประเด็นหลักของการหารือในเวทีนี้ จะชี้แจงถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และลดขั้นตอนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา การเพิ่มบทลงโทษในกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

              นอกจากนี้ กรมยังเตรียมข้อมูลความคืบหน้าของการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะในตลาดหลัก 6 แห่ง ทั้งศูนย์การค้ามาบุญครอง,ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ, คลองถม, บ้านหม้อ และตลาดนัดจตุจักร ซึ่งไทยได้ปราบปรามอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง พร้อมทั้งคาดว่าจะดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรมในเดือน ก.ค.นี้ โดยหากการปราบปรามคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด เชื่อว่าสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) อาจจะทบทวนสถานะไทยด้านทรัพย์สินทางปัญญานอกรอบ หรือภายในปีนี้ เลื่อนให้ดีขึ้นมาอยู่บัญชีประเทศถูกจับตามอง (ดับบลิวแอล) จากที่อยู่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ต่อเนื่องมา 10 ปี

         รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้เตรียมข้อมูลด้านเศรษฐกิจเพื่อไปหารือ ในส่วนของประเด็นหลัก คือการชี้แจงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการปรับปรุงข้อกฎหมายป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทางอินเตอร์เน็ต

             นอกจากนี้ ประเด็นการค้าเรื่องอื่นๆ กระทรวงจะเตรียมข้อมูลที่เคยรายงานในคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ (executive order) ซึ่งประกอบไปด้วย รายละเอียดดุลการค้าของไทย - สหรัฐ และการรายงานข้อมูลลงทุนของนักลงทุนสหรัฐ ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้ไทยได้ดุลการค้า