ข่าว

ปธ.วิปเชื่อประชุมร่วม2สภาจุดเริ่มต้นแก้รธน.

ปธ.วิปเชื่อประชุมร่วม2สภาจุดเริ่มต้นแก้รธน.

16 ก.ย. 2552

“ปธ.วิปรบ.”เชื่อประชุมร่วมรัฐสภาจะเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาแก้ไขรธน. และปฏิรูปการเมือง” ชี้ทุกฝ่ายต้องเห็นพ้อง ปัดข่าว“สุเทพ”รับใบสั่งพรรความให้เดินหน้ารธน.ส่วนความเห็นอักขราทร"ถือเป็นความเห็นต่าง

(16ก.ย.) นายชินวรณ์ บุญเกียตริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา ว่า ส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานเพื่อประมวลความคิดเห็นโดยมีนายชำนิ  ศักดิ์เศรษฐ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะทำงาน และมีนางสาวผ่องศรี  ธารากูล  นายธนิตพล ชัยนันท์   เป็นเลขานุการ    ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ทั้งสาม่ายรวบรวมประเด็นในการอภิปรายเพื่อจะได้แสวงหาความเห้นร่วมกัน ในการดำเนินการต่อไป และประเด็นที่ได้ตั้งข้อสังเกตุไว้คือ ขอให้ประธานควบคุมการอภิปรายให้เป็นไปตามกรอบของรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกรอบเวลาที่กำหนดไว้   ซึ่งทุกฝ่ายอยากเห็นการอภิปรายครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูปการเมือง การสร้างความสมานฉันท์ต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการสร้าง ส.ส.ร. 3 ตกลงเป็นมติวิปหรือเป็นมติของพรรคประชาธิปัตย์ ประธานวิปรัฐบาล   กล่าวว่า ต้องรับฟังความเห็นของเพื่อนรัฐสภาในวันนี้ว่าทางออกในการที่จะให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้จะทำอย่างไร เพราะถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นว่าการเสนอร่างของสมาชิกรัฐสภาอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน หรืออาจจะไปขัดต่อสถานะของการเป็นสมาชิกตามมาตรา 122 เกรงว่าจะไปกระทบหรือขัดต่อสถานะของสมาชิกจึงมีการถอนชื่อออกไป ดังนั้น ถ้ามีการยื่นจริง ๆ ต้องคำนึงถึงประเด็นนี้ด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดนายอัคขราทร จุฬารัตน์   ประธานศาลปกครองสูงสุด ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็น และต้องรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายด้วย   นายชินวรณ์   กล่าว่วา   มุมมองที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมีหลากหลายมา พรรคร่วมรัฐบาลจึงตั้งหลักว่าเราควรที่จะแสวงกหาความเห็นพ้องต้องกัน ถ้าทุกฝ่ายเห้นว่ากระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าวความสมานฉันท์ ทุกฝ่ายต้องยอมรับในประเด็นที่เห็นพ้องต้องกันก่อน หลังจากนั้นทุกฝ่ายต้องยอมรับหลังจากกติกานี้ผ่านความเห็นชอบแล้ว จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสมานฉันท์ ร่วมทั้งต้องมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ   ออกมาดำเนินการรองรับกระบวนการอื่นเช่น การเลือกตั้งให้เป้นไปโดยสันติวิธี ตนจึงอยากเรียกร้องว่าการอภิปรายในวันนี้ขอให้มุ่งเน้นเรื่องจุดยืน และกระบวนการที่จะสู่การสร้างความสมานฉันท์ และสร้างความคาดหวังให้กับประชาชน ว่ากลไกของรัฐสภาเป็นทางออกของบ้านเมือง และไม่อยากเห็นใครก็ตามอภิปรายให้เกิดความขัดแย้ง เพราะการเคลื่อนไหวนอกรัฐสภาก็เป็นที่ทราบกันอยู่ ดังนั้น สมาชิกรัฐสภาต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมกันด้วย  

 ประธานวิปรัฐบาล  กล่าวว่า  เรารับฟังกระแสของสังคมเพราะเป็นหน้าที่ที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักในเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 50 การร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้ผ่านกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วม และในช่วงหลังมีการผ่านการลงประชามติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแนวความคิดของสมาชิกว่าจะมีประเด็นใดที่ไม่เห็นพ้องต้องกัน การที่จะสอบถามความเห็นชองประชาชนถือเป้นเรื่องที่สอดรับกับแนวความคิดที่มีการทำประชามติอยู่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนมองว่านักการเมืองตั้งประเด็นที่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง นายชินวรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าว่าปัญหาทางการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ถ้าการเมืองกลับมาสมานฉันท์ก็จะมีส่วนกับผลประโยชน์ของประชาชนด้วย ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ตนเห็นว่ากระบวนการที่ดำเนินการควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จริงหรือไม่ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ บอกกับส.ส.ที่ประชุมพรรคว่ารับปากกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ประธานวิปรัฐบาล   กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือพรรคต้องแสดงจุดยืนในทางการเมืองที่ชัดเจนและทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและปฏิรูปการเมืองอย่างรอบด้าน   ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลในส่วนของพรรคร่งมรัฐบาล ขณะนี้ทุกพรรคยอมรับว่าถ้ามีส่วนใดที่ทำให้การเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ก็ต้องยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่ที่จะดำเนินการต่อไป ทั้งนี้คิดว่าหลังจากได้รับฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาแล้วก็จะมีความชัดเจน ซึ่งวิปก็จะได้เสนอเรื่องนี้ไปให้แกนนำรัฐบาลต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านเป็นห่วงว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการซื้อเวลา   ประธานวิปรัฐบาล   กล่าวว่า อยากจะเรียกร้องให้ฝ่ายค้านเสนอประเด็นมาให้ชัดเจน เพราะเสียงพรรคร่วมรัฐบาลไม่เพียงพอ ถ้าฝ่ายค้านและส.ว.อยากเห็นว่าแก้ไขประเด็นใดก็ให้เสนอมา ตนไม่อยากจะให้ใครไปติติงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป้นความรับผิดชอบร่วมกัน

 ส่วนกรณีที่นายสมเกียตริ   ศรลัมส์   ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาล่วงหน้าและถอนชื่อไป ตนถือว่าเป็นเรื่องที่อยากให้สังคมติดตามด้วย เพราะการแก้ไขกฎมหายรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญปี 50 มีบทที่ต้องคำนึงถึงว่าจะมีผลประโยชน์ขัดกันต่อสถานะของสมาชิกหรือไม่   อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อความเห็นพ้องต้องกันที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การอภิปรายในวันนี้จะเป็นการให้ส.ส.มาระบายอารมณ์กันหรือไม่และท้ายที่สุดก็ไม่ได้อะไร ประธานวิปรัฐบาล   กล่าวว่า ส่วนอื่นไม่ทราบ แต่พรรคร่วมรัฐบาลได้กำหนดทิศทางชัดเจนเห็นได้ว่าวันนี้มีผู้ใหญ่ที่จะมาแสดงจุดยืนทางการเมืองในส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีหลายคน ที่คร่ำวอดทางการเมืองและติดตามกฎมหายรัฐธรรมนูญจะได้แสดงจุดยืนอีกครั้ง ตนคิดว่าถ้าทุกง่ายได้วางหลักว่าเราต้องการให้เรื่องนี้เดินไปข้างหน้าก็จะได้เห็นภาพชัดเจน หลังจากการอภิปรายในวันที่สองแล้ว  

 ทั้งนี้ถ้าที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันว่าจะให้แก้ไขเป็นรายประเด็นหรือให้มีการตั้ง สสร.ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป   ซึ่งอยู่ในกรอบที่เราต้องคุยกันว่าหากมีการตั้งสสร. 3 ก็คงต้องแตกต่างจาก 2 สสร.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ดำเนิการโดยสมาชิกรัฐสภาฉะนั้นต้องยืดโยงกับสมาชิกรัฐสภา