ร้องถูกมิจฉาชีพแอบนำชื่อลงทะเบียนซิมไปชักดาบรถหรู
ร้องถูกมิจฉาชีพแอบนำชื่อลงทะเบียนซิมไปชักดาบรถหรู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ก.ค. 60 นายเสกสรรค์ สิงห์คะราช พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ สิงคะราช อายุ 69 ปี ชาว ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน หลังจากที่ได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อของตน ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์แล้วนำไปโทรติดต่อซื้อรถแล้วราคาแพงหลบหนี ทำให้ตนได้รับความเสียหาย จนมีหมายเรียกจากสภ.เขื่องใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ให้ตนไปรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งๆที่ตนไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ และตนได้มีการร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานต่างๆมาเป็นเวลากว่า 2-3 เดือนแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า
นายเสกสรรค์ สิงห์คะราช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา นายสมบูรณ์ บิดาของตนได้รับหมายเรียกให้เดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ที่สภ.เขื่องใน เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ราคาตกลงซื้อขาย 6 แสนบาท โดยมิจฉาชีพโทรติดต่อซื้อขายรถยนต์คันดังกล่าวกับผู้เสียหาย จากนั้นได้มีการส่งข้อความปลอมว่าได้มีการโอนเงินให้ จนทำให้ผู้ขายจะหลงเชื่อทำสัญญาและส่งมอบรถ ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งกว่าจะมีการตรวจเช็คว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่เข้าบัญชี กลุ่มมิจฉาชีพก็ได้นำรถคันดังกล่าวหลบหนีไป ซึ่งหลังจากที่ผู้เสียหายได้มีการแจ้งความ พบว่าเบอร์มือถือดังกล่าวได้มีการลงทะเบียนโดยใช้บัตรประชาชนของนายสมบูรณ์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการออกหมายเรียกไปให้ปากคำ โดยในเบื้องต้น ตนจะพาบิดาพร้อมด้วยหลักฐาน เดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 17 ก.ค. ที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2559 ตนได้รับแจ้งจากบิดาของตนว่าได้ถูกหมายเรียกให้ไปสอบปากคำ กรณีถูกแอบอ้างชื่อและเลขประจำตัวจากสำเนาบัตรประชาชน ไปใช้ในการเปิดซิมกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือดีแท็ค จากนั้นได้มีการใช้เบอร์โทรดังกล่าวในการติดต่อสื่อสารเพื่อซื้อขายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทางตนพร้อมด้วยบิดาก็ได้มีการไปให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าบิดาของตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเบอร์โทรดังกล่าว และได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่สภ.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ แล้วจากนั้นเรื่องคดีดังกล่าวก็เงียบไป ก่อนที่จะมีหมายเรียกคดีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์อีกครั้งดังกล่าว และจากการตรวจสอบก็พบว่า ทั้ง 2 คดีได้ใช้เบอร์โทรศัพท์คนละเบอร์ แต่ใช้ชื่อลงทะเบียนเป็นนายสมบูรณ์ ทั้ง2คดี เชื่อว่าเป็นกลุ่มขบวนการเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าครอบครัวของตนมีฐานะยากจน และไม่เคยติดต่อซื้อขายรถยนต์กับใคร อีกทั้งขอยืนยันว่าบิดาของตนอายุมากแล้วร่างกายไม่แข็งแรง แทบจะไม่ค่อยออกจากพื้นที่จ.เชียงใหม่ และไม่เคยเดินทางไปพื้นที่ภาคอีสานดังกล่าว แต่อย่างใด และไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆกับกลุ่มมิจฉาชีพ อีกทั้งบิดาของตนไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือมานานเกือบ 2 ปีแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่บิดาของตนจะมีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุดังกล่าว
“คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากปัญหาการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือที่ได้มีการแอบอ้างใช้สำเนาบัตรประชาชนของบิดาไปเปิดเบอร์มือถือดังกล่าว ที่มิจฉาชีพสามารถใช้ชื่อคนอื่นลงทะเบียนได้อย่างง่ายดาย เกรงว่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นอีกมากที่ยังไม่รู้ตัว โดยในเบื้องต้นได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมแล้ว ในการประสานงานกับบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หาร้านที่รับลงทะเบียนชื่อบุคคลกับหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว และแนวทางการสืบหาตัวต้นตอและกลโกง เพื่อสืบหาว่าใครเป็นผู้แอบอ้างต่อไป”นายเสกสรร กล่าว
-------------------- -



