
พื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมหลายแห่ง !!!
กรมชลเร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่องหลังฝนตกชุกหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังที่ลุ่มต่ำ กรมชลประทาน ประสานหน่วยงานในพื้นที
10 ก.ค.60 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) พบว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ภาคใต้มีฝนลดลง คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ ส่วนใหญ่ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง มีปริมาณน้ำท่าในลำน้ำโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30 – 50 ของความจุลำน้ำ แม่น้ำสายหลักต่าง ๆ ยังคงรองรับน้ำได้อีกมาก โดยแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 972 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 5.64 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 790 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ในส่วนของสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ ปัจจุบัน(10 ก.ค. 60) มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,967 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2559 รวม 8,638 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 33,200 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 11,326 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯรวมกัน ปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปี 2559 รวม 2,872 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำใช้การได้ 4,630 ล้านลูกบาศก์เมตร โดย 4 เขื่อนหลักยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 13,500 ล้านลูกบาศก์เมตร
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ สรุปได้ ดังนี้ จังหวัดลพบุรี พื้นที่น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ บริเวณริมคลองชัยนาท-ป่าสัก ประมาณ 2,000 ไร่ สำนักงานชลประทานที่ 10 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก รวม 24 เครื่อง เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้
จังหวัดนครสวรรค์ เกิดน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ในพื้นที่ตำบลตาคลี ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี ประมาณ 3,500 ไร่ และตำบลเนินมะกอก อำเภอพยุหคีรี 6,000 ไร่ สำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 เครื่อง เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3-4 วัน
จังหวัดชัยนาท เกิดน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบริเวณริมคลองชัยนาท-ป่าสัก พื้นที่ตำบลอู่ตะเภา อำเภอมโนรมย์ ประมาณ 5,000 ไร่ และตำบลเสือโฮก อำเภอเมือง ประมาณ 1,000 ไร่ สำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ลดการระบายน้ำผ่าน ปตร.มโนรมย์ เหลือ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก ไหลลงได้ดียิ่งขึ้น หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้
จังหวัดสระบุรี มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ม.4 ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ และพื้นที่ฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก สำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 8 เครื่อง เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3-4 วันนี้
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่นอกคันกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำน้อย คลองโผงเผง และคลองบางบาล ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา นั้น จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำของเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ในช่วงเช้า(10 ก.ค. 60)ที่ผ่านมา ราษฎรในพื้นที่ได้แจ้งว่า ยังสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ถือเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำ ที่สำคัญราษฎรมีโอกาสที่จะหารายได้เสริมจากการหาปลาออกจำหน่ายอีกทางหนึ่งด้วย พร้อมกันนี้ ยังได้แสดงความพึงพอใจที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี
จังหวัดจันทบุรี หลังจากเกิดฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 7–8 ก.ค. 60 ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำฝั่งตะวันตกของเมืองจันทบุรี บริเวณตลาดเจริญสุขและตลาดวรรณการ อ.เมือง และตลาดท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ โดยเฉพาะบริเวณตลาดเจริญสุขและชุมชนใกล้เคียงตามแนวคลองน้ำใสได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องด้วยสภาพของคลองน้ำใสในมีลักษณะค่อนข้างเล็กและแคบ เป็นอุปสรรคต่อการระบายพอสมควร กรมชลประทาน ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ได้ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก พบว่าสภาพน้ำท่าตอนบนของประเทศมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่สถานี C.2 นครสวรรค์ ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ลดลงเหลือ 949 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังไหลลงมาสมทบเพิ่มเติมบริเวณด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 97 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทาน ได้ควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 790 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก ประมาณ 40,000 ไร่ จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกเพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ โดยเร่งระบายน้ำผ่านไซฟ่อนบางโฉมศรี พร้อมกับเดินเครื่องสูบน้ำปลายคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก2 (บางโฉมศรี) เพื่อเสริมการระบายน้ำอีก 12 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีทั้งนี้ปริมาณน้ำระบายออกจากทุ่งเชียงราก เมื่อรวมกับปริมาณน้ำที่ระบายผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ทางด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เนื่องจากยังคงมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น จากปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อน ทำให้ต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนพระรามหก 211 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนแต่อย่างใด



