แฉ!! สั่งโหวตรับฟังความเห็น "พ.ร.บ.น้ำ" แถมเวียนเทียนได้
แฉ!! สั่งโหวตรับฟังความเห็น "พ.ร.บ.น้ำ" แถมเปิดช่องให้เวียนเทียนได้ ข้องใจบอกข้อมูลไม่หมด
10 ก.ค. 2560 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่ขณะนี้กำลังมีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ... ทั้งนี้มีการระบุวัตถุประสงค์ของการออกกฎหมายฉบับนี้ว่าเพื่อเป็นการบูรณาการการจัดการน้ำ ทั้งการบริหารจัดการ การดูแล การพัฒนา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดยในขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวาระ 2
อย่างไรก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 77 ระบุว่าก่อนตรากฎหมายต้องมีการรับฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และคณะรัฐมนตรีมีมติ เรื่องการรับฟังความเห็นตามมารา 77 ว่า หน่วยงานรัฐมีหน้าที่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างน้อยผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงาน หรือผ่าน www.lawamendment.go.th หรืออาจจะใช้วิธีอื่นด้วยก็ได้ และต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นอย่างน้อย 15 วัน
และทางกรมน้ำก็ได้มีการจัดให้มีการรับฟังความเห็นทางเว็บไซต์ www.der.go.th
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว "คมชัดลึกออนไลน์" ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งข้อสังเกตถึงการรับฟังความเห็นในร่างกฎหมายฉบับนี้
โดยแจ้งว่าขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงของกรมน้ำ ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการในกระทรวงเข้าไปลงโหวตคะแนนเห็นด้วยในการสำรวจความเห็นทผ่านทางเว็บไซต์และรายงานให้ผู้บริหารระดับสูงได้รับทราบถึงจำนวนผู้โหวตในแต่ละวันด้วย
ทั้งนี้มีข้อความสั่งการในไลน์ระบุว่า โดยระบุว่าขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง)พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ....
"... รับผิดชอบในวันที่ 18 ก.ค. โดย....จะตรวจสอบยอดของแต่ละวันว่า จนท.กรมน้ำให้ความร่วมมือแสดงความเห็นมากน้อยเท่าไหร่แล้วรวบรวมเสนอ ... เพื่อพิจารณาครับ"
"มอบ ฝบห กำกับติดตามยอดของวันที่ 18 แลเชิญชวนชาว .... ทุกท่านร่วมโหวต ในวันที่ 18 และรายงานตัวเพื่อทราบเป็นข้อมูลด้วยครับ สำนักอื่นก็จะร่วมโหวตเช่นกัน"
นอกจากยังมีการแจ้งว่าหากไม่เข้าไปโหวตจะมีความผิดทางวินัย
ซึ่งมีการเผยแพร่เอกสารที่อ้างว่าทำโดย ส่วนยุทธศาสตร์ ลง วันที่ 5 ก.ค. 2560 โดยยกตัวอย่างการฝ่าฝืนคำสั่งโยกย้าย ซึ่ง คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม เห็นว่าการออกคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ที่มอบหมายให้มาปฏบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนราชการตามภารกิจของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)เป็นการใช้อำนาจในฐานะผู้บริหารโดยมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การดำเนินการจึงเป็นไปโดยชอบ
และยังชี้ให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการเคารพการบังคับบัญชาของผู้บังคับบัญชาที่ต้องบริหารจัดการงานต่างๆใฟห้ลุล่งไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากผู้บังคับบัญชายืนยันที่จะจัดการเช่นใดแล้วผู้ใต้บังคับบัญชา จะต้องปฏิบัติตาม มิเช่นนั้นอาจโดนโทษทางวินัย
ทั้งนี้มีการเปรียบเทียบกับการรับฟังความเห็นของ ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ซึ่งการรับฟังมีการกรอกข้อมูลส่วนตัว โดยแต่ละคนโหวตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และมีการให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน
ขณะที่การรับฟังความเห็นของ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำกลับไม่มีรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น และสามารถเข้าไปโหวตได้วันละหลายๆครั้งผ่านอุปกรณ์ต่างๆเช่นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต และในแต่ละเครื่องก็สามารถโหวตได้หลายๆครั้ง เพราะกำหนดไว้เพียงว่าต้องไม่โหวตซ้ำภายในวันเดียวกันเท่านั้น ทำให้วันต่อๆมาก็เข้าไปโหวตได้อีก
นอกจากนี้ยังพบอีกว่า หน้าที่ให้เข้าไปกดโหวตกลับเซ็ตค่าเริ่มต้นไว้ที่เห็นด้วย แทนที่จะเป็นการเซ็ตไว้ที่ไม่มีความเห็น
อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในร่างสรุปที่ทำมาเพื่อรับฟังความเห็นนั้น คล้ายกับเป็นการจงใจให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน เช่น มาตรา 40 และ 41ที่ ในเอกสารระบุว่า "การใช้น้ำในปริมาณมากเพื่ออุตสาหกรรมหรือเกษตรเพื่อการพาณิชย์ การประปาการท่องเที่ยว และการใช้น้ำประเภทที่สามที่เป็นการใช้นำในปริมาณมาก อันเป็นการส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง หรือส่งผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ จะต้องขออนุญาตใช้น้ำโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการลุุ่มน้ำ หรือคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ"
แต่จริงๆแล้ว ไม่ได้ระบุในหลายประเด็นอาทิ การจำแนกว่า เกษตรเพื่อยังชีพ กับ เกษตรเพื่อการพาณิชย์ ต่างกันอย่างไร หรือวิสาหกิจชุมชนจัดเป็นเกษตรพาณิชย์หรือไม่ไม่
นอกจากนี้การใช้นำประเภทที่ 2 ที่เป็นเกษตรเชิงพาณิชย์ และประเภทที่ 3 ที่เป็นการใช้น้ำเพื่อกิจการขนาดใหญ่ ในปริมาณมาก ต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำด้วย
จึงทำให้ถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าการรับฟังความเห็นลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ และ มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นหรือไม่
---



