ข่าว

จนท.ผวาข่าว"คาร์บอมบ์"นราฯ 5 ลูก!

จนท.ผวาข่าว"คาร์บอมบ์"นราฯ 5 ลูก!

16 ก.ย. 2552

หลังจากกลุ่มป่วนใต้พยายามโหมเชื้อไฟใน 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางระเบิดคาร์บอมบ์ จักรยานยนต์บอมบ์ในแหล่งชุมชนใจกลางเมือง รวมทั้งการตระเวนโจมตีจุดตรวจจุดสกัดจนทำให้เจ้าหน้าที่ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ล้มตายดุจใบไม้ร่วง

 ล่าสุด ก็มีข่าวชวนผวาอีกครั้งว่ากลุ่มโจรเตรียมใช้รถกระบะ 3 คัน และรถเก๋ง 2 คันก่อเหตุคาร์บอมบ์อีกครั้งใน จ.นราธิวาส

 พล.ต.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ฉก.นราธิวาส ยอมรับว่า ได้ข่าวดังกล่าวมาเช่นกัน และปกติก็มีการแจ้งเตือนในลักษณะนี้เป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว

 สำหรับมาตรการป้องกันเหตุคาร์บอมบ์ในขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจทุกด่านเข้มงวดกับการตรวจสอบทะเบียนรถทั้งรถกระบะ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์เป็นพิเศษ รวมทั้งออกตรวจสอบตามอู่ซ่อมรถทุกแห่งในพื้นที่ด้วย

 พล.ต.ธีรชัยระบุว่า "ขณะนี้เราได้รับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ที่สามารถตรวจสอบทะเบียนได้ว่า เป็นรถที่แจ้งหายไว้ หรือเป็นรถที่สวมทะเบียนปลอมหรือไม่ โดยหากเป็นรถที่แจ้งหาย หรือสวมทะเบียนปลอมระบบก็จะแจ้งเตือนทันที"

 ประโยชน์ของโปรแกรมดังกล่าว คือ หากเป็นรถที่สวมทะเบียน เช่น ใช้เลขทะเบียนนี้ แต่จริงๆ แล้วเป็นทะเบียนที่ใช้กับรถอีกยี่ห้อ อีกรุ่น หรืออีกสีหนึ่ง เจ้าหน้าที่จะสามารถทราบได้ทันที โดยระบบดังกล่าวได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจ และกรมการขนส่งทางบก

 ส่วนการตรวจสอบตามอู่ซ่อมรถก็เพื่อป้องปราม และตรวจสอบดูว่า มีการลักลอบดัดแปลงสภาพรถเพื่อประกอบวัตถุระเบิด หรือเปลี่ยนแปลงหมายเลขตัวถังเพื่อเตรียมก่อเหตุหรือไม่

 ขณะที่การตรวจสอบ "บัตรประชาชน" ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งเพื่อป้องกันเหตุร้าย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่มีระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ที่สามารถตรวจสอบว่า ใครมีประวัติอาชญากร หรือปลอมแปลงบัตรประชาชนหรือไม่ โดยจะเน้นจุดผ่านแดน หรือท่าข้ามต่างๆ เป็นพิเศษ

 นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ตรวจสอบพื้นที่ล่อแหลมที่คนร้ายอาจใช้เป็นช่องทางขนสารประกอบระเบิด หรือวัตถุระเบิด เนื่องจากหากใช้ช่องทางตามด่านตรวจตามปกติจะไม่สามารถเล็ดลอดไปได้แน่นอน

 "ในการก่อเหตุ คนร้ายจะลักลอบขนสารระเบิดหรือวัสดุประกอบระเบิด โดยอาจใช้วิธีเดินเข้ามาจากพื้นที่ป่าเขา จึงเล็ดลอดการตรวจสอบได้ ดังนั้น เราจึงต้องลองคิดแบบโจรว่า ถ้าเราเป็นเขาจะขนระเบิดมาทางไหนได้บ้างเพื่อหาทางป้องกัน"

 ผบ.ฉก.นราธิวาส ยังสั่งการให้ทำงานเชิงรุก เช่น การปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ต้องสงสัย หรือตามที่ได้รับเบาะแสมาจากประชาชนเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองกำลังผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) กล่าวยืนยันว่า มาตรการการตรวจสอบทะเบียนรถ และบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อป้องกันเหตุร้ายดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และเชื่อว่า จะสามารถป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นได้มาก

 นอกจากนี้ ตาม "ด่านลอย" ที่ตั้งเป็นจุดสกัดชั่วคราวก็จะมีโปรแกรมดังกล่าวทำงานควบคู่กับเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ด้วย

 ส่วนในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนที่หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าอาจจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นนั้นก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อม 100% และห้ามลาพักในช่วงดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

 ขณะที่จุดตรวจจุดสกัดที่เคยตกเป็นเป้าโจมตีของคนร้ายก็กำชับให้มีการจัดชุดลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยทั้งในบริเวณก่อน และหลังจุดตรวจเพื่อป้องกันการก่อเหตุ และสามารถช่วยเหลือได้ทันทีหากเกิดเหตุร้ายขึ้น

 สำหรับจุดที่มีความห่วงใยมากเป็นพิเศษนอกจากวัด โรงเรียน ครู และรถไฟ แล้ว ยังสั่งการให้คุมเข้มพื้นที่ "มัสยิด" เป็นพิเศษเพื่อป้องกันการก่อเหตุสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งทางศาสนา และชาติพันธุ์ขึ้น จึงสั่งให้วางกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้นแล้ว

 ได้กำชับให้กำลังพลไม่ให้ตั้งตนอยู่ในความประมาท เพราะในห้วงเวลานี้มีวัยรุ่นเดินทางกลับจากทำงานต่างถิ่นมาร่วมงานเทศกาลทางศาสนาเป็นจำนวนมากจึงอาจมีกลุ่มก่อความไม่สงบแฝงเข้ามาได้ จึงสั่งให้ระมัดระวังตัวมากขึ้นแล้ว

 ผบ.พตท.เชื่อมั่นว่า การทุ่มเทสรรพกำลัง และการวางมาตรการเชิงรุก เช่น การปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจะสามารถป้องกันการก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างความสูญเสีย และสร้างเงื่อนไขใหม่ๆ ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนได้เป็นอย่างดี

ทีมข่าวความมั่นคง