ข่าว

อภิสิทธิ์พร้อมแล้ว !

อภิสิทธิ์พร้อมแล้ว !

16 ก.ย. 2552

ไม่น่าเชื่อว่า การแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ มาถึงวันนี้จะกลายเป็นเรื่องชิงไหวชิงพริบไปได้

นัดประชุมวันนั้นวันนี้ จนน่าเชื่อว่า คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) บางคนคงจะสับสนวุ่นวายไปหมด

 ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะ "เป็นเรื่อง" ขึ้นมาได้ หากทุกคนเข้าใจตรงกันตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อระบอบการปกครองมาเช่นนี้ ก็ต้องเข้าใจตรงกันว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่จะเสนอชื่อบุคคลที่ตนเองเห็นว่าเหมาะสมขึ้นรับตำแหน่ง ผบ.ตร.

 แต่เมื่อบ้านเราเมืองเรานั้น "การเมือง" คือ "การต่อรอง" เรื่องราวจึงไม่ได้จบลงที่ตรงนั้น

 "เงื่อนไขพิเศษ" ถูกหยิบยกขึ้นมาอ้างถึง พร้อมๆ กับเงื่อนไขการต่อรองในประเด็นอื่น ที่เมื่อพิเคราะห์ดูแล้วความต้องการในเรื่องอื่นดูเป็นจริงเป็นจังและน่าเชื่อมากกว่า

 โดยเฉพาะเงื่อนไขที่มาจากพรรคภูมิใจไทย ที่มีเสียงใน ก.ต.ช.ถึง 2 จากทั้งหมด 11 เสียง !

 เมื่อมาผสมกับความ "อยาก" ของแวดวงสีกากีที่มีพรรคพวกเส้นสายตามไลน์ของแต่ละคนที่ถือหางอยู่แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะกระพือเรื่องราวที่ไม่อาจพิสูจน์ ให้เป็นความจริง ...และแน่นอนว่า สอดประสานกับเป้าหมายของฝ่ายการเมือง

 นั่นทำให้ในวันนี้ การนับถอยหลังในฟากของผู้กุมอำนาจ อย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงยังน่าจะยังคงอยู่

 ยิ่งเมื่อวุฒิสภาผ่านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น

 หลังจากที่เชื่อมั่นในข้อมูลก่อนหน้านี้แล้วว่า ตราบใดที่ งบประมาณยังไม่ผ่านสภา ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใด พร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง รวมทั้งพรรคภูมิใจไทย ใต้เงื้อเงาของ เนวิน ชิดชอบ

 อภิสิทธิ์ ยังคงมั่นใจว่า ดาบอาญาสิทธิ์ พร้อมที่จะฟันฉับลงด้วยการยุบสภานั้นยังคงความศักดิ์สิทธิ์

 มั่นใจว่า ก่อนที่คำว่ายุบสภาจะมีขึ้นนั้น พรรคที่ต่อรองมาก และแรงที่สุด อย่างภูมิใจไทย จะไม่มีชื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่จะรักษาการไปอีกราว 3 เดือนนับจากวันยุบสภา

 หากว่า ยังคงมีท่าทีที่ไม่ร่วมหัวจมท้ายกับพรรคแกนนำในเรื่องการเลือก ผบ.ตร.

 นั่นหมายความว่า ต่อให้งบประมาณผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ แต่เอาเข้าจริง พรรคภูมิใจไทยก็อาจทำได้เพียงแค่ฝ่ายสังเกตการณ์ เหมือนกับพรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้านในวันนี้

 นั่นคือสิ่งที่พอจะมองเห็น และคาดคำนวณได้ในท่าทีของ นายกฯ อภิสิทธิ์

 แต่เบื้องลึกแล้ว ก่อนที่ปัญหาแต่งตั้ง ผบ.ตร.จะมีขึ้นนั้น อภิสิทธิ์ มั่นอกมั่นใจในข้อมูลที่ได้รับจากทีมงาน ที่มี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ซุ่มเงียบเก็บข้อมูลมาตลอดนั่นต่างหาก

 ในวันนั้นข้อมูลระบุชัดเจนว่า หากเลือกตั้งใหม่ ประชาธิปัตย์ จะได้เปรียบอาจได้รับเลือกตั้งจำนวนมากถึง 180 เสียง

 มากกว่าจำนวน ส.ส.ที่มีอยู่ในปัจจุบันเสียอีก

 ที่เป็นเช่นนั้น เพราะประชาธิปัตย์ได้สองแรงบวก หนึ่งจากการเป็นรัฐบาลที่พยายามเร่งจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อใจชาวบ้านนั้น กำลังได้รับการตอบรับเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ

 ส่วนอีกหนึ่งแรงบวกนั้น มาจากอานิสงส์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน !

 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง ที่แม้จะมีพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่เมื่อเป็นรวมเขตยกพวงแล้ว ยากที่จะเอาชนะพรรคใหญ่ ที่ได้เปรียบทั้งอำนาจรัฐ และกำลังพลในการดูแลพื้นที่

 ตรงนี้ทั้ง บรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย และ ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา คนปัจจุบัน ต่างก็รู้ดี จึงเดินเครื่องเต็มสูบเพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญปลดล็อกบทบัญญัติที่ว่าให้ได้

 แต่เสียงตอบรับจากพรรคประชาธิปัตย์นั้น ถึงจะดูกระตือรือร้นที่จะแก้รัฐธรรมนูญ แต่ก็มองออกว่า นี่คือเกมปิดปากและยื้อไปให้นานที่สุด

 ตรงนี้นี่เองถึงทำให้ อภิสิทธิ์ มั่นใจในสิ่งที่มีอยู่ในมือ

 มั่นใจถึงขนาดเรียกประชุม ก.ต.ช.เพื่อเลือกบุคคลมารับตำแหน่ง กรรมการ ก.ต.ช.แทน พล.ต.อ.สุเทพ ธรรมรักษ์ ที่เพิ่งลาออกไป ในวันอังคาร ก่อนที่วันถัดมาจะนัดประชุม ก.ต.ช.เพื่อพิจารณา ชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่

 โดยที่ไม่สนใจว่า ปลัดกระทรวงยุติธรรม หนึ่งใน ก.ต.ช. จะเดินทางกลับจากกรุงเจนีวา แล้วหรือยัง

 บางคนบอกว่า นี่คือหนทางเดียวที่ อภิสิทธิ์ จะต้องเดิน เพื่อรักษาภาพของความเป็นผู้นำประเทศ และรักษาระบอบประเพณีที่ปฏิบัติกันมา

 แม้ว่า ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะยืนกรานว่า ไม่เปลี่ยนแปลงแนวทาง

 เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงจะห้ามกันไม่ได้ ไปวัดกันในวันข้างหน้าว่า ใครที่แสวงหาความ "เสื่อม"

ศรุติ ศรุตา