
“ไอทีซี”ผนึก10ยักษ์ธุรกิจโลก เชื่อมซัพพลายเชนเอสเอ็มอี
“ไอทีซี”ผนึก10ยักษ์ธุรกิจโลก เชื่อมซัพพลายเชนเอสเอ็มอี
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงโครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (ไอทีซี) ว่า บทบาทหน้าที่หลักของศูนย์ ไอทีซีนี้ จะเป็นข้อต่อกลางที่จะเข้ามาช่วง เอสเอ็มอี ที่ขาดความพร้อมในเรื่องของบุคลากรด้านวิศวกรรม ขาดเครือข่ายสนับสนุนการผลิตให้สามารถปฏิรูปธุรกิจไปสู่การผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง
นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้เข้ามาช่วยยกระดับเอสเอ็มอีให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับบริษัทรายใหญ่เหล่านี้
ล่าสุด ได้ประสานความร่วมมือไปแล้ว 10 ราย และได้ลงนามร่วมมือไปแล้ว 3 ราย ได้แก่ บริษัทเอพีจี ผู้ผลิตอุปกรณ์สนามบิน ชิ้นส่วนอากาศยานและอุปกรณ์ที่ใช้ในเครื่องบินจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการไทย 5 ราย ในการผลิตตู้รถเข็นอาหารในเครื่องบิน ที่มีนวัตกรรมอุ่นอาหารได้ทุกช่องใส่ถาดอาหาร บริษัทเมดิเอน่าผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์จากเกาหลีใต้ จะเข้ามาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ในการผลิตเครื่องกระตุ้นหัวใจ และบริษัทออโต้เดสก์ จะมาช่วย เอสเอ็มอี ฝึกอบรมการออกแบบซอฟต์แวร์ ซึ่งได้ลงนามร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ไปแล้ว
ส่วนบริษัทระดับโลกอีก 7 ราย อยู่ระหว่างการเตรียมลงนามความร่วมมือ เช่น บริษัท เอบีบี ผู้ผลิตแขนกลหุ่นยนต์ ได้แสดงความสนใจที่จะนำแขนหุ่นยนต์เข้ามาติดตั้งในศูนย์ไอทีซี เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้การใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงาน บริษัท ซีเมนส์ จากสหรัฐ จะนำอุปกรณ์เครื่องมือชั้นสูงมาติดตั้งให้กับศูนย์ไอทีซี และจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการไทย และเทคโนโลยีเครื่องฉีดพลาสติกอัตโนมัติ และบริษัท วิทแมน บัทเทนเฟลด์ จะมาถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้เครื่องพิมพ์ 3 ดี มาผลิตแม่พิมพ์สำหรับการฉีดผลิตภัณฑ์พลาสติก
โดยในขณะนี้ ได้พัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปแล้ว 95 ราย ในสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 70 ราย ซึ่งเป็นการเพิ่มผลิตภาพด้วยหุ่นยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยาน 10 ราย และเครื่องมือแพทย์ 15 ราย โดยเบื้องต้นคาดว่าศูนย์ไอทีซีจะแล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.2560 ตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะพัฒนาบุคลากรรองรับการปฏิรูปอุตสาหกรรมศักยภาพได้อย่างน้อย 1.4 หมื่น คน สามารถนำความรู้ไปพัฒนาองค์กรให้เข้าสู่อุตสาหกรรมศักยภาพใหม่ได้ 40% มีการพัฒนาสถานประกอบการได้อย่างน้อย 430 กิจการ สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นระบบดิจิทัลได้ 80% และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1,720 ล้านบาท หรือประมาณ 4 ล้านบาทต่อกิจการ และสามารถพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์จะเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 125 ผลิตภัณฑ์ และต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 250 ล้านบาท



