ข่าว

อย่าหวาดจนขาดสติ

อย่าหวาดจนขาดสติ

16 ก.ย. 2552

ประชาชนส่วนหนึ่งมีความกังวลว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงวันที่ 19 กันยายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีของการรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลทักษิณนั้นอาจนำไปสู่ความรุนแรง จากพวกที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง มือที่สาม หรือพวกฉกฉวยโอกาสสร้างเงื่อนไขเพื่อล้มล้างรัฐบาล

 ทำให้บ้านเมืองเสียหายทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จมปลักอยู่ในวิกฤติยากแก่การแก้ไขหากวิเคราะห์สภาพโดยรวมแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงมีความต้องการชุมนุมอ้างว่าจะเป็นไปโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ถ้าไม่มีใครแทรกแซง ก่อกวน หรือถูกยั่วยุ คงไม่มีอะไรร้ายแรง และจะเลิกราไปประมาณเที่ยงคืน ฟังดูแล้วย่อมไม่น่าจะกังวลเกินเหตุ

 แต่เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมของมวลชนเสื้อแดง จะเห็นได้ว่าหลายครั้งมีเหตุร้ายรุนแรงเมื่อผู้ชุมนุมแสดงความก้าวร้าว ทำร้ายร่างกาย ถึงขั้นฆ่าคน ในกรณีการจลาจลย่านนางเลิ้ง การบุกกระทรวงมหาดไทย การยกพวกปิดล้อมฝ่ายตรงข้ามหลายครั้ง การใช้อาวุธ และมีความพร้อมในการละเมิดกฎหมายและประกอบอาชญากรรม แม้กระทั่งล่าสุดก็ใช้สิ่งของปาขบวนรถนายกรัฐมนตรีเมื่อเดินทางไป อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

 ดังนั้น ไม่ว่าจะมีเสียงติงจากคนเสื้อแดงอย่างไรก็ตาม รัฐบาลย่อมป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ด้วยการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงภายในเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้าย และถ้าจะให้ได้ผล ควรเตรียมถอนการประกันตัวบรรดาแกนนำด้วย เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมานอกจากไม่ยับยั้งความรุนแรงแล้ว ยังยุยงส่งเสริมให้มวลชนแสดงออกอย่างก้าวร้าวทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายผู้อื่นอย่างกระหายเลือด และไม่รับผิดชอบในการกระทำ มักอ้างมือที่สามเพื่อเอาตัวรอด เป็นการแสดงให้เห็นความป่าเถื่อน ผิดจากการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย

 นอกจากนั้น การชุมนุมไม่เกี่ยวกับการเรียกร้องประชาธิปไตยเพราะความต้องการของแกนนำต้องการนำมวลชนไปชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาฯ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และไม่เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองโดยรัฐบาล แต่เป็นการระบายความแค้นแทนผู้จ่ายเงินให้ชุมนุมมากกว่าดังที่ได้เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง และมีเหตุทุบตีทำร้ายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง จนแกนนำมีคดีอาญาติดตัว สมควรเป็นเหตุให้ถูกถอนการประกันตัวเพื่อป้องกันเป้าหมายของการชุมนุมโจมตีได้รับความเสียหาย ถูกรบกวนความสงบสุข

 การเตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเป็นหนทางหนึ่ง รัฐบาลควรชี้แจงประชาชนโดยใช้สื่อของรัฐ ให้เข้าใจว่าการชุมนุมไม่มีเหตุผลเพียงพอ และแกนนำรายอื่นๆ มองว่าบางคนใช้การชุมนุมแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน สร้างความร่ำรวยจากการหักเงินค่าใช้จ่าย อาศัยความเหน็ดเหนื่อยของคนมาชุมนุมเพื่อตัวเอง บิดเบือนข้ออ้างว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ส่งผลร้ายต่อบ้านเมือง ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ถูกขัดขวาง เพราะกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจยังพยายามบ่อนทำลายรัฐบาลและบ้านเมืองโดยการปลุกปั่นยุยงมวลชนให้เป็นเครื่องมือ และผลประโยชน์ของตัวเองและครอบครัว และยังมีบุคคลซึ่งหลบหนีโทษจำคุก ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง ทำให้สังคมแตกแยกจนทุกวันนี้ แต่องค์กรของรัฐยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และมีความมั่นใจว่าการชุมนุมจะไม่ได้รับการสนับสนุนมากนัก ประชาชนจึงไม่ควรวิตกจนเกินเหตุ