
ประโยชน์ของใคร ?
ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ที่จะมารับหน้าที่ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ยังไม่ทราบว่านายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะตัดสินใจเลือกใคร ตามข่าวก็ว่าจะเลือกกันระหว่าง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ กับ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ซึ่
แล้ว รอง ผบ.ตร.กับที่ปรึกษาเทียบเท่า รอง ผบ.ตร.อีกหลายท่านล่ะ อาทิ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ซึ่งหลายท่านเหลืออายุราชการมากกว่า 1 ปี มีโอกาสนำพาองค์กรตำรวจไปสู่การพัฒนา เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนได้นานกว่า ไม่เห็นมีชื่อพิจารณาในหมู่ผู้มีอำนาจรัฐ
มีการกล่าวถึงข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการเพียงปีเดียว มักจะอยู่ในลักษณะ "กินบุญ" หรือ "สะสมทุนไว้กินยามแก่" คือ จะไม่ค่อยทำอะไรในเชิงพัฒนาองค์กร นอกจากประคองไปวันๆ รอถึงวันเวลาเกษียณอายุ ระหว่างนั้นก็ส่งเสริมลูกน้องใกล้ชิดให้ได้ตำแหน่งดีๆ ส่วนจะเป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถหรือไม่ มักไม่ค่อยสนใจกัน เพราะต้องอาศัยมันดูแล ปกป้อง คุ้มครองตัวเอง หากต้องเกษียณอายุไป แบบไม่ค่อยสบายใจนัก ดังปรากฏเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้
นี่จึงเป็นการพิสูจน์วิสัยทัศน์ของนายกฯ อภิสิทธิ์ ประการหนึ่งในเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่ง ผบ.ตร. ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของใคร ?
สำหรับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจชั้นนายพล เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุและลาออกในปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และมติที่ประชุม ก.ตร.กำหนดให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ทันในเดือนตุลาคม ท่านรักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ จะให้ความเป็นธรรมแก่ตำรวจที่มีสิทธิ์ และที่เป็นคนดีมีประโยชน์แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมากน้อยเพียงใดนั้น ยังคงคาดหวังไม่ได้ เพราะการพิจารณา 152 นายพลที่ผ่านมา คนในสำนักงานท่านได้ตำแหน่งดีทุกคน ส่วนฝีไม้ลายมือก็รู้ๆ กันอยู่ !!
คมพิทักษ์ราษฎร์



