
"ยิ่งลักษณ์"ขึ้นศาลคดีจำนำข้าวยันกำลังใจดี
"ยิ่งลักษณ์"ขึ้นศาลสืบพยานจำเลยคดีจำนำข้าวมั่นใจพยานไต่สวนนัดสุดท้าย พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตนเองปัดระดมมวลชนเคารพคำสั่งศาลและทำตัวอยู่ในกรอบคสช.
7 ก.ค.60 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตกเป็นจำเลยคดีโครงการรับจำนำข้าว ได้เดินทางมาฟังการไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 14 ซึ่งวันนี้ยังคงมีมวลชนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ โดยกล่าวก่อนเข้าฟังการไต่สวนว่า มั่นใจในการสู้คดีจำนำข้าว เพราะพยานแต่ละคนต่างก็มีประเด็นที่จะนำสืบต่อศาลซึ่งล้วนมีความสำคัญ และหวังว่าจะได้นำพยานทุกปากเข้าชี้แจงต่อศาล โดยเฉพาะนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นหนึ่งในพยานที่ร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เริ่มต้นโครงการจำนำข้าว ก็จะมาให้ข้อมูลในภาพรวม ขณะที่ตนจะยื่นขอแถลงปิดคดีแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะยื่นขอแถลงในนัดสุดท้ายของการไต่วนหรือไม่ ขอหารือกับทางทีมทนายความก่อน
ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ยังกล่าวถึงมวลชนด้วยว่า ประชาชนที่มาศาลก็เป็นการให้กำลังใจ มาจากความผูกพันและเห็นผลจากนโยบาย เป็นการให้กำลังใจตามปกติ อย่าตีความเป็นเรื่องการปลุกระดมมวลชน ส่วนตัวพยายามสื่อสารไปยังประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ว่าทำตัวให้อยู่ในกติกาของศาลและคสช.
"กำลังใจยังดีอยู่และซาบซึ้งใจที่ให้มาตลอดเวลา ซาบซึ้งใจที่เดินไปไหนมีคนมาจับมือให้กำลังใจ เป็นเสน่ห์และเป็นกำลังใจของคนไทยที่มี และที่สำคัญต้องสู้ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ว่าไม่ได้ละเลยตามที่ถูกกล่าวหา" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้ เหลือการไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ซึ่งหากไม่มีพยานมาไต่สวนเพิ่มอีก ศาลจะกำหนดนัดคู่ความแถลงปิดคดี อาจแถลงด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรแล้วจึงนัดฟังคำพิพากษา ภายใน 7 วัน แต่ถ้ามีเหตุสมควร หรือจำเป็น ศาลอาจนัดฟังคำพิพากษาได้อีกภายใน 14 วัน รวมจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน
ขณะที่อดีตนายกฯคนนี้ยังกล่าวถึงปัญหาพืชผลสินค้าราคาเกษตรตกต่ำด้วยว่า ในเรื่องของกลไกการตลาดต้องมีภาครัฐเข้าไปดูแล เพราะหากไม่มีมาตรการเข้าไปดูแล สินค้าเกษตรจะได้รับผลกระทบเป็นระยะ ๆ ซึ่งต้องเป็นนโยบายถาวร ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะ เพราะจะมีผลกระทบในระยะยาว อยากเห็น การแก้ปัญหาแบบยังยืน ส่วนการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้น อดีตนายกรัฐมนตรีเห็นว่าควรมีมาตรการและแผนรองรับทั้งระบบและมาตรการ
ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าพรรคเพื่อไทยเริ่มวางตัวบุคคลเพื่อจะเป็นหัวหน้าทีมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การมีชื่อปรากฏหลายคนเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรต้องรอให้มีการกำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งที่ชัดเจนก่อน ส่วนที่มีชื่อนางมณทาทิพย์ โกวิทเจริญกุล พี่สาวของตนที่จะมานำพรรคเพื่อไทยสู้ศึกเลือกตั้งนั้น พี่สาวได้ยินคงตกใจ เพราะในความจริงไม่มีเจตนา ที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องการเมือง
ขณะที่กระแสข่าวระบุจะมีการผลักดันให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาเป็นผู้นำทีมพรรคเพื่อไทยเพื่อลบข้อครหาพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคของตระกูลชินวัตรนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เห็นว่าทุกคนต่างก็มีความสามารถและในพรรคก็มีกลไกล
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรม ทุกอย่างจึงยังไม่มีความชัดเจน แกนนำเองก็ได้พยายามประคับประคองพรรคเท่าที่กฎหมายจะอำนวยให้ดำเนินการ ตราบใดที่ยังไม่มีอะไรชัดเจน เมื่อมีความชัดเจนคงได้คุยกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 14 ในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี อายุ 50 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาทนั้น
วันนี้ ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะนำพยานเข้าไต่สวนทั้งสิ้น 4 ปาก ประกอบด้วย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ อดีต รมว.พาณิชย์ , นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ,นายสุรชัย ศรีสารคาม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ



