
พ่อแม่แจ้งความครูตีลูกชาย7ขวบแผลเต็มหลัง
ยายโพสต์ว่อนโซเชียล ครูตีเด็กรุนแรงจนแผลเต็มหลัง ชาวเน็ตแห่วิจารณ์ไม่เหมาะสม พ่อแม่ทนไม่ได้เข้าแจ้งความ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด ด้านร.ร.ตั้งกรรการสอบข้อเท็จจริง
คืบหน้ากรณี ผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ “บานเย็นจร้า จะใครละ” โพสต์ภาพแผ่นหลังของเด็กชายรายหนึ่งมีริ้วรอยแดงเป็นปื้นเต็มหลัง พร้อมข้อความว่า “ครูตีหลานดิฉันขนาดนี้เลย ช่วยกันหน่อยคะเอาให้ไม่มีที่ยืนในสังคมนี้”
พร้อมกับโพสต์ข้อความอีกครั้งว่า “ตื่นเช้ามาพร้อมกับอาการไม่สบายไม่พอ ยังต้องมารับรู้ว่าหลานชายตัวเองโดนครูที่โรงเรียนทำโทษอีก เด็กหยิบปากกาครูไป แต่ครูผู้หญิงอีกคนบอกให้เด็กเอาไปไว้คืน เด็กก็เอาไปไว้ แต่ครูไม่ยอม ครูก็เลยเรียกเด็กไปตี พอเวลาผ่านไปอีกสักพักก็เรียกไปตีหลังอาคารเรียนอีก ดีที่มีครูอีกคนมาคอยห้ามไว้ทัน ครูผู้หญิงบอกว่า“ถ้ามาห้ามไม่ทัน เด็กจะเป็นยังไง”ดูตามภาพคับ ปากกาด้ามเดียว....ตักเตือนเด็กก่อนก็ได้ ถ้าเด็กยังทำอีก ค่อยตี นี่เล่นตีไม่ยั้งมือเลย คนเป็นพ่อ เป็นแม่ จะรู้สึกยังไง แล้วใครจะกล้าส่งลูกไปเรียนที่นี่อีก#ปากกาด้ามเดียว #รอฟังคำจากครูด้วย จะว่ายังไงเรื่องตีหนักขนาดนี้"
ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ พยายามอินบล็อกในเฟซบุ๊ก เพื่อขอหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อสอบถามข้อเท็จอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็สามารถติดต่อได้สำเร็จ โดยนางศิริลักษณ์ ผู้เป็นยาย เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า หลานชาย คือเด็กชายเอ (นามสมมติ) อายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านห้วยปูน ต.ตาคง อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ถูกนายสังวร อายุ 57 ปี ครูประจำชั้น ป.4 ใช้ไม้เรียวทำโทษโดยฟาดเข้าที่ด้านหลังและแขน เป็นรอย ฟกช้ำ ดำเขียว ลักษณะเป็นลิ่มเลือด อย่างเด่นชัด เมื่อวันพุธ(5ก.ค.)ที่ผ่านมา ลูกสาวคือนางอนงค์นาฏ ได้ถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือแล้วส่งไลน์มาให้ตน จึงเกิดความโมโหได้โพสต์ลงโซเชียลจนมีคนแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
นางศิริลักษณ์ ระบุด้วยว่า ลูกสาวได้โทรมาบอกว่าจะพาสามีเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเอาผิดครูใจร้ายให้ถึงที่สุดที่ สภ.สังขะ จ.สุรินทร์
กระทั่งเวลา 16.00 น. วานนี้(6ก.ค.) นางอนงค์นาฏ อายุ 25 ปี พร้อมด้วย สามีและญาติพี่น้อง ได้เหมารถกะบะ เดินทางไปที่ สภ.สังขะ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พ.ต.ท.ปรเวศ กระเวรกิจ สารวัตรสอบสวน สภ.สังขะ กรณีลูกชายถูกนายสังวร ครูประจำชั้น ป.4 ตีด้วยไม้เรียวถึง 24 ครั้ง ที่บริเวณหน้าเสาธงโรงเรียน สาเหตุจากครูกล่าวหาว่าเด็กชายเอลักชโมยปากกาจากห้องพักครูของนายสังวร ซึ่งเป็นการลงโทษเด็กนักเรียนเกินกว่าเหตุ จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านห้วยปูน ต.ตาคง อ.สังขะ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ได้มีเจ้าหน้าจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 เดินทางมาด้วยรถตู้ของทางราชการ เพื่อสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ได้เรียกตัว นายสังวร เข้าพบเป็นการด่วน เพราะเป็นเหตุสะเทือนใจต่อสังคมในวงกว้าง
ด้านนางอุ้ม ย่าของเด็กชายเอ กล่าวว่า เพื่อนหลานชายปั่นจักรยานมาบอกว่ามีข่าวร้าย เด็กชายเอไปหยิบดินน้ำมันและปากกาของครู และครูบอกว่าต้องตีให้จำ เรียกไปตีแล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็ปล่อยไป และก็เรียกมาตีอีกรอบหนึ่ง มีครูที่เห็นเหตุการณ์จากชั้น 2 รีบวิ่งลงมาห้ามปราม พร้อมบอกว่าไม่มีสิทธิตีเด็กนะ
"ตั้งแต่เกิดเหตุไม่เคยมีการมาสอบถาม หรือแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด แต่ก็ได้เข้าไปคุยกันที่โรงเรียน ครูสังวรต่อว่ากับพ่อของเด็กชายเอว่า กูสอนพวกมึงมา กูไม่มีบุญคุณเลยหรอ ที่สอนมึงมา"นางอุ้ม กล่าว
ขณะที่ นางอนงค์นาฏ แม่ของเด็กชายเอ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชาย และได้ถ่ายภาพส่งไลน์ให้แม่ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งเพิ่งย้ายลุกชายเข้ามาเรียนยังไม่ถึง 3 เดือน และได้ไปพบพนักงานสอบสวน สภ.สังขะ เพื่อให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับครูที่ทำร้ายลูกชายแบบนี้
ด้านเพื่อนนักเรียนของเด็กชายเอ กล่าวว่า ครูใช้ไม้เรียว ก้านต้นลำดวน ความยาวกว่า 1 เมตร ตีเด็กชายเอ ที่บริเวณหน้าเสาธง ท่ามกลางเพื่อนนักเรียน ชั้น ป.1-ป.6 กว่า 83 คน และจากการสอบถามเด็กนักเรียนอีกหลายคน ทราบว่าต่างโดนครูคนนี้ลงโทษด้วยไม่เรียวเกือบแทบจะทุกคน
นางเสาวลักษณ์ หลักแหลม ครูประจำชั้น ป. 6 ที่อยู่ในเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุกำลังนั่งพิมพ์งานเกี่ยวกับสภานักเรียนอยู่ ตั้งใจว่าจะเอามาถามเด็กนักเรียนหน้าเสาธง ก็เลยลงไปเข้าแถวช้า เมื่อเดินถึงประตูก็เห็นเขาตี เลยวิ่งลงไปห้าม เข้าใจว่าตัวเองลงไปห้ามทันตอนที่ตีครั้งสองครั้ง ไม่ทราบว่าก่อนหน้านั้นตีไปกี่ครั้งแล้ว ห้ามแค่ครั้งเดียวเขาก็หยุด เพราะว่าเขาไม่มีสิทธิ์ตีเด็ก เขาไม่ใช่ครูประจำชั้น แล้วก็ไม่ใช่ครูฝ่ายปกครอง บอกเขาแค่นี้เขาก็หยุดแล้ว
ด้านนายวีรพงษ์ สิงห์พิมพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยปูน กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะปล่อยเด็กกลับบ้าน ซึ่งก็ไม่ทราบชัดเจน เนื่องจากในช่วงที่เกิดเหตุตนไม่อยู่ไปราชการที่เขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ที่อำเภอปราสาท
อย่างไรก็ตาม ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ก็น่าจะได้ผลสรุปในเร็ววันนี้ ส่วนในเรื่องอัตราโทษทางวินัยก็แล้วแต่ผู้ใหญ่จะพิจารณา ซึ่งครูที่ทำนั้นเหมือนว่าเด็กไปจับหรือหยิบสิ่งของ ก็ทำไปเพื่อตักเตือนแต่อาจพลั้งมือไป ทั้งนี้ตนได้ทำรายงานแจ้งเบื้องต้นไปยังเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดแล้ว กำลังสืบข้อเท็จจริงอยู่



