
เปิดมาตรการห้าม"มอเตอร์ไซค์"วิ่งในฮานอยอีก 13 ปีข้างหน้า?
โดย - อ.พิสิฐ อำนวยเงินตรา อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญประเทศเวียดนาม
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีข่าวไหนจะสร้างความฮือฮาได้เท่ากับข่าวการห้ามรถมอเตอร์ไซค์วิ่งในกรุงฮานอยในอีก 13 ปีข้างหน้า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคมนาคมในพื้นที่กรุงฮานอยเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศ
หากพูดถึงประเทศเวียดนาม หลายคนคงนึกถึงภาพมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งคับคั่งไปทั่วท้องถนน ภาพการเดินข้ามถนนที่ตื่นเต้นและเร้าใจ ราวกับฝูงปลาที่กำลังแหวกว่ายรายรอบตัวเรา ภาพเหล่านี้แทบจะเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเวียดนามในสายตาชาวต่างชาติ
อย่างไรก็ตามสภาพการจราจรที่หนาแน่นกำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองหลวงที่กำลังเผชิญกับสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันกรุงฮานอยมีประชากรอาศัยอยู่ราว 7.5 ล้านคน แต่มีปริมาณรถจักรยานยนต์มากถึง 5.2 ล้านคัน รถยนต์ 5 แสนคัน รถจักรยาน 1.2 ล้านคัน และจักรยานไฟฟ้ากว่า 1.1 หมื่นคัน ปริมาณยานพาหนะดังกล่าวยังไม่นับรวมถึงยานพาหนะจากจังหวังอื่นๆ ที่เข้ามาวิ่งในกรุงฮานอยกว่าร้อยละ 10-15 จากปริมาณยานพาหนะทั้งหมดในกรุงฮานอย
ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมากรุงฮานอยพยายามหาวิธี มาตรการ และดำเนินการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาจราจร ไม่ว่าจะเป็น การสร้างสะพานข้ามแยก การสร้างอุโมงค์ การขยายและตัดถนนใหม่ การสร้างทางยกระดับ การให้บริการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) การห้ามรถแท็กซี่วิ่งในเวลาเร่งด่วน อย่างไรก็ตามปัญหาจราจรของเมืองหลวงแห่งนี้กลับมิได้ทุเลาลงแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการลงมติเห็นชอบแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคมนาคมเพื่อลดปัญหาการจราจรและมลพิษทางสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่กรุงฮานอยระหว่างปี 2560 ถึง 2563 ภายใต้วิสัยทัศน์ปี 2573 ของคณะกรรมการประชาชนกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการขนส่งสาธารณะของประชาชนให้ได้ร้อยละ 50 และจะให้ 12 เขตชั้นในของกรุงฮานอยเป็นพื้นที่ปลอดรถมอเตอร์ไซค์ภายในปี 2573
นอกจากนี้แผนการดังกล่าวยังระบุถึงการห้ามรถยนต์วิ่งในบางช่วงเวลาตามถนนบางสายของกรุงฮานอย และจะมีการทดลองห้ามจอดรถยนต์ในวันคู่หรือวันคี่ รวมทั้งจะศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้ในเขตเมือง ขณะที่รถแท็กซี่จะมีการจำกัดปริมาณรถแท็กซี่ให้เหมาะสมกับระบบขนส่งมวลชนในท้องที่นั้น ๆ
นอกจากนี้ยังจะมีการบังคับให้ผู้ใช้รถต้องเปิดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์และติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อรอบรับต่อการบริหารจัดการยานพาหนะและชำระค่าผ่านทางเข้าเขตชั้นในอีกด้วย ทั้งนี้ระบบขนส่งสาธารณะที่จะเข้ามาแทนที่รถส่วนบุคคล ประกอบด้วย รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) รถโดยสารประจำทาง และรถแท็กซี่
ตามโรดแมปของแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการคมนาคมกรุงฮานอยแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น (ระหว่างปี 2560-2561) มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการยานพาหนะในระบบและยกระดับการบริหารจัดการคมนาคมขนส่งของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระยะกลาง (ระหว่าง 2560-2563) มุ่งแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการคุณภาพและปริมาณยานพาหนะในระบบ
พร้อมทั้งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ดียิ่งขึ้น และระยะยาว (ระหว่างปี 2560-2573) บูรณาการภาคส่วนต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาด้านการลงทุน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ รวมทั้งปรับปรุงผังเมืองให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนและพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้เชื่อมต่อทั่วถึงในทุกพื้นที่ของเมือง
อย่างไรก็ตามหลายภาคส่วนยังมีความกังวลต่อมาตรการการห้ามรถมอเตอร์ไซค์วิ่งในกรุงฮานอย เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะของกรุงฮานอยยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการรองรับความต้องการในการเดินทางของประชาชน ซึ่งปัจจุบันระบบขนส่งมวลชนของกรุงฮานอยมีเพียงแค่ รถโดยสารประจำทาง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และแท็กซี่ ขณะที่รถไฟฟ้าสายแรกของกรุงฮานอยยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยกำหนดแล้วเสร็จในปี 2561
ต้องติดตามกันต่อว่าแผนการห้ามรถมอเตอร์ไซค์วิ่งในกรุงฮานอยอีก 13 ปีข้างหน้า เพื่อแก้ปัญหาการจราจรของเมืองจะประสบผลสำเร็จหรือไม่? แต่ที่แน่ๆ หากระบบขนส่งสาธารณะสะดวกและทั่วถึง เชื่อได้ว่า ประชาชนคงหันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากกว่ารถส่วนบุคคลเป็นแน่ !



