ข่าว

ชง กรธ.ปรับแก้เปิดทางปฎิบัติง่ายสอดรับกม.พรรคฯ

ชง กรธ.ปรับแก้เปิดทางปฎิบัติง่ายสอดรับกม.พรรคฯ

06 ก.ค. 2560

กกต. ถกพรรคการเมือง รับกม.ใหม่  ชี้ พรรคขนาดกลาง-เล็กต้องปรับตัว 

         6 ก.ค.60 - นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการกกต. ด้านพรรคการเมือง กล่าวถึงการสัมมนายกร่างระเบียบและร่างประกาศตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่สำนักงาน กกต. จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทรา มาริส  จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อระดมความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ กกต. และตัวแทนพรรคการเมือง ว่า วัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนา คือการจัดให้มีประกาศและระเบียบ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมือง ซักซ้อม แนวทางการปฎิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากเนื้อหาสาระของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง การส่งผู้สมัครในระบบไพรมารี่โหวต ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้รองรับในส่วนของพรรคการเมืองเดิม 70 พรรคที่จดทะเบียนกับ กกต.อยู่แล้ว แต่ในกฎหมายใหม่พรรคการเมืองจะต้องการประกาศอุดมการณ์พรรค เก็บค่าบำรุงสมาชิกพรรคปีละ 100 บาทต่อคน มีทุนประเดิม มีการจัดตั้งสาขาพรรค  ซึ่งแต่ละกิจกรรมมีทั้งเงื่อนไขเวลาที่จะต้องปฎิบัติตามกฎหมาย เป็นภาระของพรรคการเมืองที่จะต้องปฎิบัติให้ได้  เนื่องจากแต่ละพรรคมีศักยภาพทีแตกตางกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทุน งบประมาณในการทำกิจกรรม จำนวนสมาชิก ซึ่งทางพรรคมีส่มาชิกสูงถึง 2 ล้านคน  ขณะที่บางพรรคมีจำนวนเพียง 1 แสนคน  ดังนั้นพรรคแต่ละพรรคก็จะมีปัญหาแตกต่างกันออกไป และเป็นหน้าที่ของแต่ละพรรคที่จะต้องดำเนินเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ โดย กกต.จะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการตรวจสอบสมาชิกพรรค เนื่องจากปัจจุบันมีบางพรรคมีสมาชิกจำนวนมาก แต่ไม่สามารถระบุถึงตัวสมาชิกจริง  

          "ประเมินว่าเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายพรรคการเมืองใหม่ จะทำให้เหลือพรรคการเมืองที่สามารถดำเนินการกิจกรรมได้ไม่มาก เพราะการออกแบบการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว  การส่งผู้สมัครแบบไพรมารี่โหวต  และรัฐธรรนูญที่กำหนดเรื่องการปฎิพรรคการเมือง   เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้พรรคการเมืองลดน้อยลงจากเดิม และกลายเป็นสถาบัน  ที่ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น  จากการที่เป็นตัวกำหนดผู้สมัครในระดับเขต"นายแสวง กล่าว

          นายแสวง กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าพรรรคการเมืองมีความกังวล  เพราะแต่ละพรรคมีศักยภาพและการบริหารงานที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะพรรคขนาดกลางไปถึงขนาดเล็ก  ที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับองค์ประกอบของกฎหมายใหม่มากที่สุด  การสัมมนาที่ กกต.จัดขึ้น ก็เพื่อมาทำความเข้าใจกับพรรคการเมืองว่าควรบริหารจัดการอย่างไร 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนายกร่างระเบียบและร่างประกาศตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ระหว่างวันที่ 5-6 ก.ค.ที่ผ่านมา จะพบว่าตัวแทนสมาชิกพรรคการเมืองที่เข้าร่วม  ต่างแสดงความเห็นกันอย่างหลากหลาย  โดยเฉพาะประเด็นที่พรรคของตนเองจะต้องปรับตัว  อาทิ  การตั้งสาขาพรรค  การเก็บค่าบำรุงสมาชิกพรรค  การคัดเลือกผู้สมัครที่จะต้องดำเนินการในระดับเขตและสาขา  องค์ประกอบของกรรมการสรรหา และประเด็นหัวหน้าพรรคที่สามารถลงสมัคร ส.ส.เขตได้หรือไม่ หรือต้องลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อเพียงอย่างเดียว  เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอในที่ประชุมว่าควรมีการเสนอให้กรธ. ปรับแก้ถ้อยคำเพื่อให้ง่ายต่อการปฎิบัติด้วย