
“แม่-น้องบีม” ฟ้องแพ่งแล้ว ทนายแสบ เชิดเงิน 3.4 ล้าน
ทนายเนติฯ พา “ แม่-น้องบีม” ฟ้องศาลแพ่ง เรียก “ทนายแสบ-คนใกล้ชิด” ชดใช้เงินคืน 3.4 ล้าน ศาลนัดคดียกแรก เช้า 28 ส.ค.นี้
6 ก.ค. 2560 - เมื่อเวลา 09.00 น.เศษ นางพรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ46ปี ในฐานะผู้ปกครอง ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม วัย 14 ปี ซึ่งนั่งวิลแชร์เนื่องจากขาทั้งสองข้างพิการเพราะอุบัติเหตุรถชน ผู้เสียหายที่ถูกทนายความอาสาช่วยเหลือคดีได้ฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหาย เดินทางมาพร้อมกับนายวัชณ์ธิป แสดงมณี ทนายความจากสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (ส.ช.น.) ในการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความที่ถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงิน และนางพรปวีณ์ ชูแก้ว เป็นจำเลยที่ 1-2 เรื่องผิดสัญญาตัวแทนและบังคับตามสัญญารับสภาพหนี้ ทุนทรัพย์พิพาท 3,412,500บาท
ขณะที่การยื่นคำฟ้องนี้ นางพรทิพย์ ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล จำนวน 68,250 บาท ที่ต้องนำมาวางในการฟ้องคดีแพ่งด้วย โดยระบุเหตุผล เนื่องจากโจทก์มีฐานะยากจนเคยได้รับอุบัติเหตุแขนขาหัก ระบุว่า เนื่องจากตนมีฐานะยากจนเคยได้รับอุบัติเหตุแขนขาหัก ที่ยอมรับผิดไว้ บเงินไป3ล้านบาท ังคับคดีโดยปราศจากอำนาจ เมื่อตนพบว่า ปัจจุบันมีรายได้เพียงขายของเดือนละ 7,000 บาทไม่พอใช้จ่าย หากต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในอัตราร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์จะเดือดร้อน พร้อมกันนี้ได้นำหลักฐานเป็นรูปถ่ายและบัตรประจำตัวคนพิการระดับ 3 ของน้องบีมมาแสดงด้วย
โดยพฤติการณ์คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากปี 2557 โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ 1 เป็นทนายความดำเนินคดีแพ่งชั้นบังคับคดี ต่อมาจำเลยได้ดำเนินการบังคับคดีโดยปราศจากอำนาจและมีการปลอมแปลงเอกสาร โดยให้จำเลยมีอำนาจในการรับเงินจากตัวความอีกฝ่ายทั้งที่ไม่มีอำนาจ แล้วรับเงินไป 3 ล้านบาท เมื่อพบว่าทำให้เสียหาย จึงมีการดำเนินคดีอาญาที่ สน.บางยี่ขัน ซึ่งจำเลยได้ขอทำหนังสือรับสภาพหนี้กันไว้ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นลูกหนี้ร่วม ตกลงแบ่งจ่ายงวดละ100,000 บาท เริ่ม15 ส.ค.58 แต่แล้วก็ไม่ยอมชำระ เมื่อทวงถามก็ปฏิเสธ จึงฟ้องขอให้ใช้เงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่ยอมรับผิดไว้ 3 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยที่ผิดนัดอีก 412,000 บาท
ขณะที่ ศาลแพ่งได้ประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ พ.3178/2560 โดยนัดชี้ 2 สถานหรือนัดพร้อมคู่ความในวันที่ 28 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ส่วนที่โจทก์ ยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้น ศาลแพ่งได้เรียกไต่สวนโจทก์ในวันนี้ทันที
โดยนายวัชณ์ธิป แสดงมณี ทนายความ ส.ช.น. กล่าวว่า การร้องของดเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้น ขณะนี้กำลังไต่สวน คาดว่าศาลจะมีคำสั่งในวันนี้ ซึ่งหากผลออกมาว่าศาลไม่อนุญาตงดเว้นค่าธรรมเนียมศาล เราก็จะแจ้งกระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิทราบที่จะนำเงิน 68,250 บาทมาวางเป็นค่าธรรมเนียมตามที่ประสานกันเป็นความช่วยเหลือทางกฎหมายของ 3 องค์กรคือเนติบัณฑิตยสภา , สภาทนายความ และกระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิ สำหรับมูลค่าทุนทรัพย์ที่ได้ยื่นฟ้องแพ่งในวันนี้ก็เป็นไปตามจำนวนในหนังสือรับสารภาพหนี้ที่ตกลงกันเมื่อปี 2558 ระหว่างนางพรทิพย์ กับนายพิสิษฐ์ โดยการติดตามทรัพย์สินของนายพิสิษฐ์ นั้นพบว่าเคยล้มละลายและพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายไปแล้ว ทนายความก็มีหน้าที่สืบทรัพย์เพราะหากชนะคดีก็จะได้นำยึดมาบังคับชดใช้คดี ส่วนจำเลยอีกคนที่เราฟ้องร่วมกับนายพิสิษฐ์นั้นก็ทราบจากนางพรทิพย์ว่าเป็นภรรยาของนายพิสิษฐ์
ขณะที่นางพรทิพย์ ผู้สียหาย กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ มีผู้ใจบุญรับประสานเพื่อให้โรงพยาบาลศิริราช รับตัวน้องบีม ไปรักษาระบบประสาท เพราะน้องบีมขาลีบทั้งสองข้าง อุบัติเหตุทำให้กระทบประสาทต้องรักษาให้ถูกทาง ส่วนตัวน้องบีม ปีนี้ผลการเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เกรดดีมากคือ 3.83 โดยน้องบีมก็ชอบร้องเพลง และช่วยแม่เร่ขายของ ซึ่งรายได้สูงสุดวันละ 300 บาท ซึ่งท้ายที่สุดเรื่องนี้อยากให้ลูกสาวมีการศึกษามีชีวิตที่ดีขึ้นและเดินได้อย่างเด็กๆทั่วไป
โดย “น้องบีม” เอง ก็กล่าวว่า ตอนนี้มีกำลังใจมากขึ้น ตั้งใจเรียนเพื่อแม่ ซึ่งตนก็อยากเป็นผู้ประกาศข่าว นึกถึงเนื้อเพลงque sera sera whatever will be will be ซึ่งมีความหมายตอนหนึ่งว่า ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามอนาคตนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราเห็น อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด เนื้อเพลงจึงคล้ายกับชีวิตของตน และเป็นกำลังใจให้ชีวิตสู้ต่อไป



