ข่าว

“ฉัตรชัย”ถกทวิภาคีอาเซียน แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย 

“ฉัตรชัย”ถกทวิภาคีอาเซียน แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย 

06 ก.ค. 2560

“ฉัตรชัย”ถกทวิภาคีอาเซียน แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย 

               พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายโฮเซกราเซียอาโน ดาซิลวา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ เอฟเอโอ ว่าได้หารือถึงการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือไอยูยู ของไทยที่รัฐบาลให้ความสำคัญและถือเป็นวาระแห่งชาติ

               โดยได้เข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศ 2 ความตกลง ในช่วงปี 2559-2560 คือภาคีความตกลงมาตรการรัฐเจ้าของท่า (PSMA) เมื่อเดือนพ.ค.2559 บรรจุสาระสำคัญของ PSMA ไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการประมงทะเลของประเทศไทย พ.ศ.2558-2562 และภาคีความตกลงสหประชาชาติว่าด้วยการอนุรักษ์และจัดการประชากรสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ระหว่างเขตทางทะเลและประชากรสัตว์น้ำที่ย้ายถิ่นอยู่เสมอ (UNFSA) เมื่อเดือนพ.ค.2560

                ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังให้การสนับสนุนการจัดตั้งวันสากลแห่งการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุมด้วยโดยได้ถือโอกาสขอบคุณทางเอฟเอโอ ที่สนับสนุนความช่วยเหลือประเทศไทย เกี่ยวกับการดำเนินโครงการเพื่อต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมมาอย่างต่อเนื่องหลายโครงการด้วย

                 “เอฟเอโอได้รับทราบถึงความแน่วแน่ของไทยที่ได้ดำเนินการเรื่องต่างๆ ในด้านการทำประมง ทั้งการปฏิบัติโดยสมัครใจว่าด้วยมาตรการของรัฐเจ้าของธง เช่น ปรับปรุงการจดทะเบียนเรือและใบอนุญาต การควบคุมเรือประมงไทยไม่ให้ทำผิดกฎหมาย ทั้งในน่านน้ำไทยและน่านน้ำสากล และอยู่ระหว่างการจัดทำข้อตกลง (MOU) กับรัฐเจ้าของธงอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและป้องกันการทำประมงที่ผิดกฎหมายรวมทั้งสนับสนุนการทำประมงขนาดเล็กอย่างยั่งยืนเพื่อความมั่นคงอาหารและการขจัดความยากจน” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

               นอกจากนี้ ยังได้แจ้งถึงความคืบหน้าของการเข้าร่วมโครงการขจัดปัญหาความอดอยากหิวโหยของประเทศไทย ซึ่งครม.ได้มีมติเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการแล้วตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.2559 โดยเป้าหมายโครงการของเอฟเอโอ ได้กำหนดให้ภายในปี 2568 (ค.ศ.2025) ทั่วโลกบรรลุเป้าหมาย 5 ประการ คือ 1.การเข้าถึงอาหารได้ 100% 2.การหยุดภาวะแคระแกร็นในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี 3.ระบบอาหารทั้งหมดมีความยั่งยืน 4.การเพิ่มขึ้นของรายได้และผลิตผลของเกษตรกรรายย่อย 100% และ 5.การลดจำนวนการสูญเสียอาหารและการทิ้งขว้างอาหารให้เหลือศูนย์

              ​อย่างไรก็ตาม ในการเข้าร่วมประชุมเอฟเอโอครั้งนี้ ยังมีโอกาสได้หารือระดับทวิภาคร่วมกับประเทศกลุ่มอาเซียนเช่น ประเทศลาว และฟิลิปปินส์ เพื่อชวนรัฐมนตรีจากกลุ่มประเทศอาเซียน เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 28-29 ก.ย.2560 ณ จ.เชียงใหม่ ซึ่งประเทศไทยโดยกระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพ

              อีกทั้งได้หารือถึงความร่วมมือกันสนับสนุนการจัดตั้งทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจในคณะทำงานประมงอาเซียน เพื่อจะได้มีกลไกในการพัฒนานโยบายประมงร่วมอาเซียนที่ชัดเจนและโปร่งใส ภายใต้การกำกับการดำเนินงานของคณะทำงานประมงอาเซียน ซึ่งจะหารือรายละเอียดร่วมกันในการประชุมรัฐมนตรีเกษตรอาเซียน

                นอกจากนี้ ยังจะขยายความร่วมมือด้านวิชาการการเกษตร การแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคด้านการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการค้าและการลงทุนสินค้าเกษตรระหว่างกันมากยิ่งขึ้นด้วย