
งานเข้า !? อ้างผู้กองภาคภูมิพาลูกน้องล้อมยิงโจ๋
อ้างผู้กองภาคภูมิพาลูกน้องแต่งคล้ายตำรวจล้อมยิงกลุ่มโจ๋รถพรุน-บาดเจ็บต้องผ่าตัด พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ
เฟซบุ๊ก เกิดผล แก้วเกิด โพสต์คลิปภาพข้อความ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย ถูกกลุ่มชายแต่งกายคล้ายตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ล้อมยิงรถพรุน คนในรถได้รับบาดเจ็บต้องผ่าตัด พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ ให้ไปหาหลักฐานมาก่อน แถมอ้างว่าคืนเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน ตำรวจจึงยิงเพื่อระงับเหตุ ซึ่งขัดกับหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงนำคลิปภาพมามอบให้ทนาย
" ผมได้รับการร้องเรียน จากผู้เสียหายคนหนึ่ง ว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 เวลา เที่ยงคืน ขณะอยู่ลานจอดรถ ของร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวแยกบางคูวัด
ขณะที่กำลังรอเพื่อนมาถึง 1 ในกลุ่ม แจ้งว่า เคยมีเรื่องกับวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่เป็นเด็กตำรวจ ในพื้นที่สามโคก มีคนมาบอกว่า วัยรุ่นกลุ่มนั้น เป็นลูกน้อง ผู้กองภาคภูมิ ให้ระวังตัวให้ดี
ขณะที่ผู้เสียหายกับพวกอยู่ในรถ ก็มีชายฉกรรจ์หลายคน แต่งตัวสวมเครื่องแบบตำรวจ และนอกเครื่องแบบ พร้อมนำรถราชการตำรวจ มาจอดใกล้ๆ
สักครู่ มีตำรวจ ออกมาจากรถ ใช้อาวุธปืนยิง ผู้เสียหายและเพื่อน ที่นั่งอยู่ในรถ (ดังที่ปรากฏในคลิป และ ที่ไม่เห็นในคลิป) โดยผู้เสียหายและเพื่อนไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และตำรวจไม่ได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นหรือจับกุม
ตำรวจชุดที่ล้อมยิง ทราบภายหลังว่า เป็นตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี หลายนาย ที่รุมล้อมยิงผู้เสียหายและเพื่อน ขณะที่อยู่ในรถ จนกระสุนปืนทะลุตัวถังรถ มาถูกผู้เสียหาย จากด้านหลัง จนต้องได้รับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล
ต่อมา ประมาณวันที่ 27 หรือ 28 มิถุนายน 2560 ผู้เสียหาย ได้ไปร้องทุกข์
แต่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้ง เพียงรับเรื่องให้ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน โดยอ้างว่า ไม่มีหลักฐาน ให้ผู้เสียหายไปหาหลักฐานมาก่อน
นอกจากนั้นผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ในคืนเกิดเหตุ มีคนแจ้งตำรวจว่า มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน ตำรวจจึงยิงเพื่อระงับเหตุ โดยหัวหน้าชุด มีชื่อเล่นว่า ผู้กองภาคภูมิ
ผู้เสียหาย จึงต้องดิ้นรนมาหาพยานหลักฐานด้วยตัวเอง และได้คลิปที่เกิดเหตุคืนนั้น พร้อมรูปถ่ายร่องรอยกระสุนปืนที่ยิงเข้ามาในรถ โดยไม่ปรากฏว่า มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน และตำรวจยิงระงับเหตุแต่อย่างใด ซึ่งขัดแย้งกับที่พนักงานสอบสวนแจ้งผู้เสียหาย
ผู้เสียหาย ไม่กล้านำคลิป ไปให้พนักงานสอบสวน เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงนำเรื่องมาบอกผม
พรุ่งนี้ ผมนัดกับผู้เสียหายไว้ ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป "



