ข่าว

เหยื่อทนายเเสบโร่ร้องสภาทนายฯอีกราย..!!

เหยื่อทนายเเสบโร่ร้องสภาทนายฯอีกราย..!!

05 ก.ค. 2560

“นักธุรกิจสาวใหญ่”เหยื่อทนายเเสบอีกราย ร้องสภาทนายฯ  ตั้งทนายเอาผิดอีก ด้านสภาทนายจ่อฟ้องเเพ่งทนายแสบ คดีน้องบีม เรียกเงินคืน 3.8 ล้าน

 

          5 ก.ค. 60 - นางนิษฐาณัฐ ภัทรธนินนิษฐ์ นักธุรกิจอายุ 54 ปี  ผู้เสียหายอีกหนึ่งคนที่ถูก “ นาย พ.” ทนายความอาสาฉ้อโกงเงินคดี  ได้เข้าพบ ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ  พร้อมด้วยนายสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เพื่อขอความช่วยเหลือด้านคดี ซึ่งมีการนำเอกสารการแต่งตั้งทนายความให้ นางสาวนิษฐาณัฐ เซ็น

          ซึ่งนางนิษฐาณัฐ นักธุรกิจผู้เสียหาย เปิดเผยว่า  ตนเคยว่าจ้าง “ นาย พ.”  เป็นทนายความคดีร้องขอจัดการมรดก โดยหลังจากตนรับทรัพย์มรดกมา “ นาย พ.” ก็ออกปากขอกู้เงินไปเรียนต่อระดับปริญญาเอก ตนจึงให้กู้ยืมเงิน หลังจากนั้นตนได้พบญาติอีก 2 คน ก็เล่าให้ตนฟังว่า “ นาย พ.” มากูเงินญาติไปเช่นกัน รวม  900,000 บาท ตนเริ่มกังวลจึงเรียก “ นาย พ.” มาทำสัญญากู้เงินไว้รวมกันทั้งหมด 1.3 ล้านบาทเศษ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.57 แต่เมื่อครบกำหนดชำระเงินในวันที่ 28 ก.พ.58  “ นาย พ.” กลับไม่ชำระหนี้แม้แต่บาทเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาจะไม่ใช้เงินมาแต่แรก ตนจึงไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงไว้

          นางนิษฐาณัฐ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ตนได้เกี่ยวข้องกับคดีน้องบีม ก็เพราะตนไปงานศพแล้วพบน้องบีม กับ น.ส.พรทิพย์ จันทร์รัตน์ มารดา ที่ไปขายของอยู่ที่ลานวัด  กระทั่งทราบว่า  น้องบีม ชนะคดีรถชนแต่ยังไม่ได้บังคับคดีเกี่ยวกับค่าเสียหาย จึงแนะนำให้รู้จักกับ “ นาย พ.” ทนายความที่ตนใช้งานอยู่  ซึ่งตอนนั้น “นาย พ.” ก็รับงาน แล้วก็เงียบๆไป โดยมาพบนางพรทิพย์อีกทีก็เล่าว่า  ตัวแทนบริษัทตามคำพิพากษามาแจ้งว่าจะจ่ายเงินค่าสินไหมให้ รวม 1 ล้านบาท แต่ผ่อนงวดละ40,000 บาท พอจ่ายมาไม่กี่งวดก็ไม่จ่ายอีก ซึ่งช่วงเวลานั้นตรงกับช่วงที่ธุรกิจของตนสะดุดและ “นาย พ.” ก็ไม่ใช้หนี้เงินกู้ให้ ตน จึงสังหรณ์ใจแนะนำให้นางพรทิพย์ไปติดต่อกับบริษัทโดยตรง จึงรู้ความจริงว่าบริษัจ่ายเงินไปแล้ว มี “ นาย พ.” ในฐานะตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ มารับเงินเองไปหมดแล้ว จึงรู้ว่าโดนทนายหลอก ส่วนตัวก็มีบุตร 3 คนก็ประสบปัญหาการเงิน ทั้งนี้หากคดีน้องบีม ขึ้นศาล ตนพร้อมจะเป็นพยานเบิกความให้เห็นการเชื่อมโยงระหว่าง “ นาย พ.”และผู้เกี่ยวข้องอีกด้วย

          ด้าน ว่าที่ร.ต.ถวัลย์ นายกสภาทนายความ ฯ กล่าวว่า  เรื่องนี้ตนได้ตั้ง นายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส , ว่าที่ พ.ต.สมบัติวงศ์กำแหง และทนายความอีกหลายคน เป็นคณะทำงาน ร่วมดำเนินคดี เรื่องนี้สร้างความกระทบกระเทือนแก่วงการทนาย ขอแจ้งว่า “ นาย พ.” เป็นเพียงทนายความคนหนึ่ง จากทนาย 80,000 คน ทนายความที่ดีมีมากมาย

          “ แต่ก็ขอเตือนทนายความว่า  ในการที่ตัวความจะมอบหมายการงานใดก็ให้ตรวจทาน สร้างความเข้าใจให้ดีทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะการมอบอำนาจให้รับเงินจากคู่ความอีกฝ่ายหรือรับจากศาล การเรียกค่าทนาย ค่าวิชาชีพก็ให้พอสมควร ให้คำนึงถึงจริยธรรม คุณธรรม ทนายความต้องดูแลสิทธิเสรีภาพทรัพย์สินผลประโยชน์ของลูกความและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ทนายความต้องช่วยกันสร้างความดีให้ทุกคนช่วยกันรักษาองค์กร” นายกสภาทนายความฯ กล่าวย้ำ และว่า หากประชาชน มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของทนายความ สามารถติดมาได้ที่เบอร์ ฮอทไลน์ 1167

          นายกสภาทนายความ กล่าวอีกว่า  “ นาย พ.” หากได้อ่านข่าวหรือดูทีวี ก็ขอให้มาพบกันเพื่อเจรจา บรรเทาผลร้าย ซึ่งช่วงเช้าวันที่  6 ก.ค.นี้ สภาทนายความฯ จะประชุมกรรมการบริหารชุดใหญ่ เพื่อหารือคดีน้องบีมโดยตรง และเรื่องสำนวนความและเรื่องลบชื่อ “ นาย พ.” ออกจากการเป็นทนายความ ส่วนคดีทางแพ่งที่มีการกระทำต่อน้องบีม ทุนทรัพย์ราว 3.8 ล้านบาทนั้นเรากำลังสืบทรัพย์ของ “นาย พ.” เพื่อหากที่สุดแล้ว น้องบีมชนะคดี ก็จะได้ยึดอายัดไว้เพื่อบังคับคดีเงินมาคืนน้องบีม

          ด้านว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง ประธานฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย และโฆษกสภาทนาย กล่าวว่า วันนี้ ได้ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารฝ่ายช่วยเหลือฯ ซึ่งมีมติให้ ยื่นฟ้อง “ นาย พ.”  (พิสิษฐ์ สัมมาเลิศ)  กับพวกรวม 2 คน ให้รับผิด ฐานผิดสัญญารับสภาพหนี้ จำนวน 3,412,500 บาทพร้อมดอกเบี้ย โดยจะยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก  โดยจะมีนายวัชณ์ธิป แสดงมณี และนายศักดิ์ณรงค์ พ่วงศิริ เป็นทนายความ ดำเนินการยื่นคำฟ้อง พร้อมยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งวันนี้ก็ได้ไปพบ น.ส.พรทิพย์ มารดาน้องบีม ที่วัดชลประทานฯ เพื่อขอเอกสารประกอบการยื่นคำร้องเพิ่มเติมแล้ว

          ขณะที่ นายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย กล่าวว่า ได้ตรวจเอกสารที่ผู้เสียหายนำมาทั้งหมด พบว่ามีการทำสัญญากู้จริงและอายุความฟ้องคดีมีเวลา 10 ปี ดังนั้นสภาทนายความฯ  จึงรับช่วยเหลือและจัดทนายความในคดีแพ่งก่อน ส่วนคดีอาญา หากอัยการสั่งฟ้องก็จะร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ทั้งนี้จะเห็นว่า มีความเชื่อมโยงกันระหว่างนางนิษฐาณัฐ กับคดีน้องบีม ซึ่งทราบว่ามีความเต็มใจที่จะเป็นพยานให้คดีน้องบีมด้วย ส่วนที่มีข่าวว่า “ นาย พ.” ติดต่อขอเข้ามาเจรจาเพื่อบรรเทาผลร้ายหรือมาให้การกรณีจะถูกลบชื่อจากการเป็นทนายความฐานผิดมรรยาททนายนั้นขณะนี้มีแต่ข่าว ส่วนเจ้าตัวยังไม่ติดต่อมา