ข่าว

"กกต."ยัน"ไพรมารีโหวต" ปฏิบัติได้จริง 

"กกต."ยัน"ไพรมารีโหวต" ปฏิบัติได้จริง 

05 ก.ค. 2560

 "ปธ.กกต. "ห้กำลังใจพนง. หลังกกต.ถูกโละ ชี้ รับ"ไพรมารีโหวต"เป็นเรื่องใหม่แต่ปฏิบัติได้จริง 

 

          5 ก.ค.60 - ที่โรงแรมเซ็นทรา มาริส จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดสัมมนายกร่างระเบียบและร่างประกาศตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง

          โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. กล่าวเปิดงานตอนหนึ่ง ว่า ตนขอแสดงความชื่นชมกับการเตรียมความพร้อมในการยกร่างระเบียบและร่างประกาศที่เกี่ยวกับพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคกรเมือง ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ให้ความเห็นชอบในวาระที่ 3 แล้ว การที่กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ จัดสัมมนาครั้งนี้ถือมีความสำคัญ เนื่องจากบทบาทและอำนาจหน้าที่ของกกต. และสำนักงานกกต. มีความสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศ และพัฒนาพรรคการเมืองให้สถาบันทางการเมืองมีความเข้มแข็ง และพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้ามั่นคง การกำกับดูแลส่งเสริม สนับสนุน ตรวจสอบ และพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกฎหมายพรรคการเมือง จึงเป็นความท้าทายอย่างมาก การสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมโดยการระดมความคิดเห็นจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เพื่อใช้ในการปรับปรุงร่างระเบียบและร่างประกาศดังกล่าวให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติกับพรรคการเมือง และพนักงานของกกต. ไปใช้ในอนาคตได้

          นายศุภชัย กล่าวว่า ทางกกต.ได้พิจารณาร่างดังกล่าวแล้วเห็นว่ามีเรื่องใหม่หลายเรื่อง เช่น ไพรมารีโหวต ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองได้พูดคุยกันว่าจะทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งกกต.ได้หารือกันแล้วว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่มีมาตราใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อวาน (4ก.ค.) ตนได้เข้าประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมพิจารณาร่างพ.ร.ป.กกต. โดยมีประเด็นคัดค้านทั้งหมด 6 ประเด็น ซึ่งได้ชี้แจงไปว่าทั้ง 6 ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรับธรรมนูญตามมาตรา 267 วรรค 5 ซึ่งทางกมธ.ร่วมเห็นว่า 6 ประเด็นดังกล่าว ไม่มีการขัดต่อเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด 

          นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ไม่ต้องวิตกอะไร เพราะพนักงานกกต.ทำงานมา 19 ปี ถึงแม้จะไม่มีกกต.ชุดปัจจุบัน ชุดใหม่มาก็ขอให้พนักงานกกต.ตั้งใจทำงานต่อไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไป ไม่ได้ทำเพื่อตนเอง ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อให้การเมืองการเลือกตั้ง  เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งบางท่านอาจจะอึดอัด เพราะว่าเป็นของใหม่ แต่ถ้าเราเตรียมการไว้แต่ต้น ก็น่าจะทัน แต่บางครั้งผู้ออกกฎหมายก็ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติก็ไม่ได้เป็นผู้ออกกฎหมาย แต่เราได้ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยเอาของเดิมเป็นหลัก ซึ่งนำข้อบกพร่องต่างๆ ที่ผ่านมา ที่เห็นว่ามีปัญหาและเสนอช่องทางต่างๆ เพื่อแก้ไขและไม่ให้เกิดซ้ำเหมือนเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ซึ่งเขาก็ไม่เอาตามที่เราร่าง ก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่ได้เป็นคนร่างกฎหมาย เราเป็นผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย

          " ถึงแม้กกต.ชุดปัจจุบันจะถูกเซ็ตซีโร่ก็ไม่ต้องวิตกอะไร ทำหน้าที่ต่อไป ไม่ใช่ว่าเขาปลดเราแล้วเราจะไม่ทำงาน หากเราไม่ทำงานประเทศชาติก็จะเสียหาย ขอให้เราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ หากเราไม่ไปวันนี้ วันอื่นเราก็ต้องไปอยู่ดี ทั้งนี้ขอให้พวกเราร่วมมือร่วมใจกันรักสามัคคี ซึ่งหากปราศจากความรักสามัคคีก็จะกลายเป็นความแตกแยกขึ้นมา เราจะต้องอดทน หากผมไม่ได้เป็นกกต.แล้ว แต่มีอะไรให้ช่วย ผมก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ " ประธานกกต. กล่าว

          ด้านนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า วันนี้จะมาขอบคุณและให้กำลังใจผู้สัมมนา ซึ่งตนได้รับทราบว่าทุกคนได้ทุ่มเทกันอย่างจริงจัง โดยเหมือนเป็นแรงระเบิดจากภายใน นำเสนอจัดการเรื่องร่างระเบียบฯ ต่างๆ ที่เราจะมีต่อไป ตนตั้งข้อสังเกตว่าพ.ร.ป.ว่าพรรคการเมือง เป็นเหมือนตัวแม่บท แต่แม่บทจะมีพลังแค่ไหน เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างไร เขาให้เราช่วยกันคิดในเรื่องระเบียบ เหมือนหัวเชื้อที่ทำให้ลื่นไหล ตรงไหนฝืดก็ต้องเติมหัวเชื้อลงไปเพื่อให้ไหลลื่นกว่าเดิม ซึ่งหัวเชื้อสำคัญที่จะทำให้กฎหมายมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าทุกคนไม่ทุ่มเท ต้องให้ประสบการณ์ช่วยกันขัดเกลา ตนมีความหวังว่าจะเห็นพรรคการเมืองในอนาคตจะต้องเป็นสถาบันหลักทางการเมือง ทำให้การเมืองระบอบประชาธิปไตยพัฒนา และเดินหน้าต่อไปได้

          นายธีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า เมื่อครั้งที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ โดยมีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน เราพูดคุยในความคิดการออกแบบเรื่องการพัฒนาพรรคการเมือง สิ่งหนึ่งที่เราจะขาดไม่ได้เด็ดขาดคือการร่วมมือแลกเปลี่ยนระหว่างพรรค ซึ่งโดยธรรมชาติพรรคการเมืองก็ร่วมมือกันอยู่แล้วทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรับบาล โดยนัยยะก็มีการร่วมมือและทำงานร่วมกัน แต่บางทีเรามองงว่าพรรค เป็นระบบตัวใครตัวมัน ถ้าเรามีการส่งเสริมให้พรรคร่วมมือกันมากขึ้น มันจะลดแรงเสียดทานในการต่อสู้กันมากขึ้น ถ้ามีช่องทางใดก็อยากฝากไว้ การเมืองเป้าหมายสุดท้ายคือความสงบสุข การพัฒนาโดยเฉพาะการพัฒนาทางประชาธิปไตย จะมั่นคง และความร้าวฉานทางการเมืองจะไม่รุนแรง เพราะมีความร่วมมือกันในระดับต่างๆ ที่ทำให้เข้าใจเห็นใจกันก้าวต่อไปของเมืองไทย ประชาธิปไตยไทย การเลือกตั้งต้องมีการตอบโจทย์ว่าจะต้องมีความก้าวหน้า ไม่ใช้ความขัดแย้งและความรุนแรง ซึ่งตนเชื่อว่าหัวเชื้อพ.ร.ป.พรรคการเมือง จะพัฒนาดีขึ้น