
คดีสวมรอย "ประมูลรถทหาร" ถึงมือ ดีเอสไอ
กรมการขนส่ง ยื่นบัญชีเอกสารปลอมประมูลรถ 1,136 คัน ให้ดีเอสไอสอบสวนเป็นคดีพิเศษ
กรมการขนส่ง ยื่นบัญชีเอกสารปลอมประมูลรถ 1,136 คัน ให้ดีเอสไอสอบสวนเป็นคดีพิเศษ แฉทำปลอมทั้งดุ้นโดยไม่มีการประมูลจริง เร่งขยายผลเชื่อมโยงผู้ทำปลอม-ผู้ประมูล กับขบวนการนำเข้ารถหรู
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) - 5 ก.ค. 60 เวลา 15.30 น. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า อธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้มีหนังสือถึงดีเอสไอ เพื่อขอส่งบัญชีรายละเอียดยานพาหนะที่ถูกปลอมนำมาประมูลขายทอดตลาดของกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ให้ดีเอสไอตรวจสอบ 1,136 คัน โดยเป็นบัญชีรายละเอียดยานพาหนะชำรุดที่ยังไม่ได้จดทะเบียน 531 คัน และบัญชีให้เพิกถอนรถที่ผ่านการจดทะเบียนแล้ว 605 คัน ภายหลังดีเอสไอรับเรื่องดังกล่าวแล้วจะต้องแยกดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน คือ การปลอมแปลงเอกสารผ่านการประมูลเพื่อส่งให้ขนส่งฯจดทะเบียน ซึ่งเป็นความผิดอาญาทั่วไป ต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อมีมติจะรับเป็นคดีพิเศษ ส่วนความผิดฐานนำเข้ารถโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรเป็นความผิดแนบท้ายพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนโดยไม่ต้องขอมติจากคณะกรรมการคดีพิเศษ อย่างไรก็ตาม. ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุไม่ได้ว่ารถทั้ง 1,136 คัน เป็นรถนำเข้าผิดกฎหมายไม่ผ่านพิธีการศุลกากร, รถถูกโจรกรรม หรือหายจากเขตฟรีโซนกี่คัน คาดจะมีความชัดเจนหลังการสอบสวน นอกจากนี้ ดีเอสไอ ยังมีหน้าที่สอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงว่าขบวนการทำปลอมแปลงเอกสารผู้มีรายชื่อเป็นผู้ประมูลรถยนต์เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับขบวนการนำเข้ารถจดประกอบ หรือรถนำเข้าสำแดงเท็จอย่างไรบ้าง ซึ่งดีเอสไอ กรมการขนส่งทางบก และขส.ทบ. จะได้ประสานความร่วมมือในการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
" เบื้องต้นพบว่า มีการทำเอกสารปลอมเพื่อประมูลขายซากยานพาหนะของขส.ทบ. รวม 9 ครั้ง ซึ่งเป็นการทำปลอมทั้งหมด โดยไม่มีการประมูลรถจริง เพราะปกติขส.ทบ.จะประมูลซากยานพาหนะและพาหนะใช้แล้วปีละหนึ่งครั้ง จากนั้นมีการทำหนังสือแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอตัดบัญชีรถที่ผ่านการประมูลและพร้อมแจ้งว่ามีประชาชนประมูลรถถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จะนำไปยื่นขอจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกใน 20 จังหวัด โดยมีรถยนต์ราคาสูงประเภทโรลส์รอยส์ เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิ้ลยู ปะปนอยู่ในเอกสารการประมูลรถยนต์ปี 2559 ด้วย ซึ่งกรมการขนส่งทางบกหลงเชื่อจดทะเบียนให้ไป 605 คัน ต่อมาตรวจสอบพบว่าเป็นเอกสารปลอมทั้งหมด โดยขส.ทบ.ไม่เคยประมูล 1,136 คัน จึงขอให้ดีเอสไอดำเนินคดี" พ.ต.ต.วรณัน กล่าว



