ข่าว

ลุงขับเบนซ์ตบนร.ในคลิปฉาวขอโทษระบุขาดสติเครียดงาน-ลูกป่วย

ลุงขับเบนซ์ตบนร.ในคลิปฉาวขอโทษระบุขาดสติเครียดงาน-ลูกป่วย

05 ก.ค. 2560

ลุงวัย 59 ขับเบนซ์ตบนร.ในคลิปฉาว ขอโทษเด็กชาย-ครอบครัว รู้สึกผิดชี้เหตุขาดสติ เครียดงาน-ลูกเข้าไอซียู ด้านตร.เรียกสอบปากคำ รอใบรับรองแพทย์แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย

     จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Padiphon Chaiyabut” ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมข้อความว่า “ขี่เบนซ์แล้วไงตบเด็กซะงั้น ตบเด็กต่อหน้าต่อตา” จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

     ทั้งนี้มีผู้เห็นเหตุการณ์เข้ามาเล่าว่า รถเบนซ์คันดังกล่าวขับมาตามถนนเศรษฐกิจ 1 หน้าตลาดนัดแคลคอมพ์ หมู่ที่ 8 ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากนั้นได้ชะลอเพื่อเลี้ยวเข้าซอยโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ขณะนั้นมีนักเรียนชายใส่ชุดลูกเสือขี่จักยานยนต์ตามหลังมาได้เบรครถแต่เอาไม่อยู่พุ่งเข้าไปชนท้ายรถเบนซ์แต่ไม่แรง จนรถเด็กนักเรียนล้มลงส่วนคนขับรถเบนซ์เป็นชายสูงอายุลงจากรถและได้ตบหน้าเด็กนักเรียนพร้อมด่าทอต่อว่าแม้เด็กชายจะยกมือไหว้ขอโทษ และให้เด็กโทรศัพท์เรียกพ่อแม่มารับผิดชอบค่าเสียหายด้วย ซึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ถ่ายคลิปเอาไว้และเข้าไปเจรจาช่วยเด็กซึ่งชาวบ้านหลายคนไม่พอใจต่อพฤติการณ์ของคนขับรถเบนซ์ จนกระทั่งชายสูงวัยดังกล่าวได้ขับรถออกไป 

     ความคืบหน้้าล่าสุดวันนี้(5 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นายมานะ นิ่มเนียม อายุ 59 ปี ภูมิลำเนา จ.สมุทรสาคร เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากคลิปหนุ่มใหญ่ขับเบนซ์ตบนักเรียนจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากในโลกโซเชียลนั้น

     นายมานะ กล่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าที่อยู่ในอาการเครียดว่า เหตุการณ์ตามคลิปที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เวลาประมาณบ่ายโมงเศษนั้น ตนเองรู้สึกผิดมาก ที่ขาดสติและทำลงไปกับเด็กนักเรียน ตนไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น และยอมรับกับผลที่เกิดขึ้นจากกระทำ เพราะทุกวันนี้ตนเองก็โดนกระหน่ำในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก แต่ตนเองอยากจะบอกว่า ในวันดังกล่าวนั้นตนเองรู้สึกเครียดมาก เนื่องจากมีปัญหากับลูกค้าจนถูกต่อว่า เพราะคนงานทำงานผิดพลาด ประกอบกับ ลูกสาวของตนไม่สบายอยู่ในห้องไอ.ซี.ยู ด้วยโรคไข้เลือดออก และอยากจะกินห่อหมก ตนจึงชวนเพื่อนไปซื้อห่อหมกให้ลูกกิน

     พอขับรถกลับมาถึงที่เกิดเหตุก็จอดรถจะส่งเพื่อนลง แต่ก็มาถูกนักเรียนขับชนท้ายจึงเกิดอารมณ์โมโห จนขาดสติ ลงจากรถไปแล้วก็เอามือตบเบาๆไปที่บริเวณข้างใบหน้าเด็ก 1 ที แล้วก็มีการพูดจาต่อว่าเด็ก ส่วนที่ให้เด็กโทรเรียกพ่อมานั้นก็เพราะต้องการให้พ่อเด็กมารับทราบพฤติกรรมลูกชายที่ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่สวมหมวกกันน๊อคด้วย แต่เด็กบอกจำเบอร์โทรพ่อไม่ได้ ซึ่งสักพักหนึ่งตนก็ปล่อยเด็กและขับรถกลับไป

     "ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในตอนนี้ที่ยังไม่สามารถจะพบตัวเด็กได้นั้น ก็ต้องโทษเด็กนักเรียนตลอดจนครอบครัวผ่านทางสื่อมวลชนก่อน หลังจากนี้ผมยังจะไปขอโทษนักเรียนและครอบครัวที่บ้านอีกรอบหนึ่ง และนอกจากคำขอโทษแล้วยังจะมีการมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้กับครอบครัวของเด็กด้วย" นายมานะ กล่าว

     นายมานะ ยังบอกอีกว่า หลังเกิดเหตุตนก็ถูกโลกโซเชียลกระหน่ำต่อว่า จนต้องทำการปิดเฟสบุ๊ค “มานะ ล้งไม้” ไป และไม่ได้มีการใช้อีก แต่ก็ปรากฎว่ามีผู้ทำเฟสบุ๊คปลอมของตนขึ้นมาอีก เพื่อตอบโต้กับคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ซึ่งตนขอยืนยันว่า เฟสบุ๊ค มานะล้งไม้ ที่มีปรากฏอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่เฟสบุ๊คของตน และตนเองก็ยังปิดโทรศัพท์ด้วย เพราะมีผู้โทรมาต่อว่าเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

     ด้าน พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน กล่าวว่า ในกรณีที่มีเหตุการณ์หนุ่มใหญ่ขับเบนซ์ตบนักเรียนนั้น เบื้องต้นขอยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นตำรวจอาสา หรือตำรวจบ้านของ สภ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งก็ได้รับการประสานจากคู่กรณีที่ขับรถเบนซ์แล้วว่า จะเข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในวันนี้ ส่วนเด็กนักเรียนนั้นก็อยู่ระหว่างการประสานติดต่อมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกัน ขณะที่การดำเนินคดีก็ต้องรอให้การสอบปากคำทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นลงก่อน และจะต้องให้เด็กไปทำการตรวจร่างกายด้วยว่า ได้รับบาดเจ็บจากการถูกตบหรือทำร้ายร่างกายมากน้อยเพียงใด ซึ่งการจะกล่าวโทษหรือตั้งข้อกล่าวหานั้น ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ยืนยันเพื่อประกอบการตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีต่อไป

     พ.ต.อ.วิเชียร ยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้แล้ว ก็มีเจ้าของอู่ซ่อมรถติดต่อผ่านมาทางผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนว่า หากเหตุการณ์นี้เด็กนักเรียนผิดจริงและรถเบนซ์เสียหาย ทางเจ้าของอู่ก็พร้อมที่จะซ่อมรถเเบนซ์ให้โดยไม่คิดค่าใข้จ่าย