
"ผู้ส่งออกข้าว"รับพ.ร.ก.แรงงานอาจทำเป้าไม่ถึง 10 ล้านตัน
"ผู้ส่งออกข้าว"รับพ.ร.ก.แรงงานอาจทำเป้าไม่ถึง 10 ล้านตัน
ร้อยตำรวจโท เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกข้าวครึ่งปีหลัง มีทิศทางเป็นบวก คาดว่าราคาจะเฉลี่ยอยู่ราวตันละ 420-460 ดอลลาร์ แต่ยังคงกังวลปัจจัยลบที่จะเข้ามากระทบต่อเป้าหมายส่งออก 10 ล้านตันในปีนี้ โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 เนื่องจากทำให้การขนส่งข้าวล่าช้าออกไป จากเดิมที่ใช้เวลา 7-10 วัน เพิ่มขึ้นเป็นต้องใช้เวลาในการขนส่งข้าวถึง 30 วัน เพราะไม่มีแรงงานมาขนข้าว เนื่องจากต่างหนีกลับเพราะกังวลความผิด และโทษค่าปรับที่สูง
"การใช้ม.44 เพื่อแก้ไข พ.ร.ก.ดังกล่าว อยากให้ภาครัฐทบทวนให้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง การขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ต้องสะดวก รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ เพื่อทำให้ไทยมีขีดความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง ที่ไม่มีปัญหาแรงงาน"
ร้อยตำรวจโท เจริญเผยต่อว่าที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการจะดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานต้องใช้เวลานาน และมีค่าใช้จ่ายสูง เฉลี่ยประมาณหัวละ 5 พันบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นบาท ใน พ.ร.ก.ใหม่ จึงนับเป็นต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และจะส่งผลต่อราคาข้าวในอนาคตด้วย จึงอยากให้รัฐบาลใช้เวลาทบทวนนี้ พร้อมปรึกษากับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องด้วย" สำหรับสถานการณ์ส่งออกข้าวในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ไทยเป็นแชมป์การส่งออกข้าวของโลก โดย สามารถส่งออกข้าวได้รวม 5.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการข้าว และเชื่อว่าครึ่งหลังของปีการส่งออกข้าวจะดีขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกลดแรงกดดันจากสต็อกข้าวของรัฐบาลถูกระบายหมด ทำให้ขณะนี้ราคาข้าวขยับขึ้นกว่า 20% และในครึ่งปีหลังรัฐบาลยังมีสัญญาการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับจีน อีกกว่า 6 แสนตัน และประเทศต่างๆ ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อิหร่าน อิรัก บังคลาเทศ และศรีลังกา มีความต้องการนำเข้าข้าวจากไทย



