ข่าว

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตร.หลอกเหยื่อสูญกว่า 19 ล้าน

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตร.หลอกเหยื่อสูญกว่า 19 ล้าน

05 ก.ค. 2560

ผบช.ภาค 6 แถลงจับกุมแก๊งคอลเซนเตอร์ อ้างตัวเป็นตร.ลวงเหยื่อ ได้ผู้ต้องหา 4 ราย เป็น ชาวจีน 2 คนไทย 2 พบมูลค่าความเสีย 19 ล้านบาท

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้(5 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 6 อ.พรหพิราม จ.พิษณุโลก พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวชช์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามฐานความผิด พรบ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ 2556 มูลค่าความเสียหายกว่า 19.800.000 บาท

     เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 รายเป็นคนไทย 2 ราย คือ นางสาวเฌนิศา วงศ์ฟู และนางสาวกัลย์จารีย์ วัฒนวินิน และคนจีน 2 คนคือนายเฉิน เหม่ยจิง และนายพันเหยา และกำลังขยายผลการจับกุมไปยังตัวการใหญ่

     พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กล่าวว่า ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ถึงเดือนมีนาคม 2560 ตำรวจภูธรภาค 6 ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 ว่าถูกหลอกลวงโดยกลุ่มคนซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของตำรวจภูธรภาค 6 และอ้างชื่อบุคคลต่างๆให้โอนเงินในลักษณะcall center จึงได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชนและหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา

     ทั้งนี้ลักษณะการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหา คือจะใช้ระบบแปลงหมายเลขโทรศัพท์ให้เป็นหมายเลขของตำรวจภูธรภาค 6 โทรไปยังกลุ่มผู้เสียหายเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเป็นพนักงานไปรษณีย์ โดยกล่าวหาว่าผู้รับสายพัวพันกับยาเสพติดอยากจะแก้ไขปัญหาให้ หากผู้เสียหายดำเนินการทางการเงินโดยทำการอายัดเงินถอนเงินปิดบัญชีหรือโอนเงินให้ตามที่ผู้ต้องหาสั่งการ

     ต่อมากองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้สืบสวนขยายผลในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 โดยพบว่ามีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดพิจิตรได้ถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกให้โอนเงินซึ่งผู้เสียหายได้โอนเงินไปให้นางสาวกัลย์จารีย์ วัฒนวินิน และ นางสาวเฌนิศา วงศ์ฟู ซึ่งทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชี พร้อมติดตามขยายผลนำไปสู่การจับกุมตัว นายเฉิน เหม่ยจิง และนายพันเหยา สัญชาติจีน ซึ่งทำหน้าที่กดโอนเงินผ่านตู้ATMเมื่อพิจารณาจากแผนประทุษกรรมในการกระทำความผิดของผู้ต้องหาแต่ละคดีมีความคล้ายคลึงกันและก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนเป็นจำนวนมากประกอบกับการกระทำมีลักษณะเป็นเครือข่ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำหลายส่วนมีทั้งผู้กระทำความผิดที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยและนอกราชอาณาจักร

     ผบช.ภ.6 กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 13 ราย มูลค่าความเสียหาย 19,800,000 บาท ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 6 จะติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปซึ่งคาดว่าหัวหน้าขบวนการจะเป็นชาวจีน ขณะนี้กำลังสืบสวนและประสานกับกระทรวงต่างประเทศเพื่อติดตามมาดำเนินคดี จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่า อย่าไปหลงเชื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังพบมีโทรศัพท์ไปหลอกประชาชนในพื้นที่อื่นๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง

     สำหรับประชาชนที่อาจจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับกระบวนการ ทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีให้แก๊งค์เหล่านี้ ขอให้ปิดบัญชีและแสดงตนกับตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ขณะที่ประชาชนโดยทั่วไปขอให้อย่าไปหลงเชื่อเพราะตำรวจไม่มีวิธีดำเนินการแบบนี้ ถ้าพบเห็นหรือได้รับโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบ