ข่าว

นัดชี้ชะตา!! ฟังฎีกา แนวร่วม นปช.บึ้มภูมิใจไทย

นัดชี้ชะตา!! ฟังฎีกา แนวร่วม นปช.บึ้มภูมิใจไทย

05 ก.ค. 2560

นัดชี้ชะตา!! ฟังฎีกา แนวร่วม นปช.บึ้มภูมิใจไทย หลังเกิดเหตุผ่านมา 9 ปี

          โดยวันนี้ (5 ก.ค) เวลา 09.30 น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีระเบิดพรรคภูมิใจไทยเมื่อปี 2553 ซึ่งเหตุระเบิดดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่าง ต้นเดือนมิ.ย.-22  มิ.ย.53 โดยกลุ่มคนร้ายร่วมกันทำวัตถุระเบิดแสวงเครื่องถังแก๊สปิคนิก แล้วซุกซ่อนระเบิดในรถเข็นผลไม้แล้วให้นายอเนก สิงขุนทด เป็นคนเข็นรถผลไม้นั้น ไปทางด้านหลังของอาคารที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ที่อยู่ใกล้ซอยพหลโยธิน 43 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. กระทั่งระเบิดนั้นเกิดระเบิดขึ้นจนทำให้ผนังด้านหลังอาคารพรรคภูมิใจไทยแตกเสียหาย 

          และเพิงร้านค้าขายอาหารตามสั่งของนายแถม ตรุพิมาย ที่อยู่ใกล้เคียง ก็ถูกแรงระเบิดเสียหายพังทั้งหลัง คิดเป็นเงิน 50,000  บาท กับยังมีรถยนต์ ของว่าที่ ร.ต.ภูมิรัตน์ นาคอุดม ที่จอดบริเวณนั้นก็ได้รับความเสียหายด้วยคิดเป็นเงิน  อีก 40,000 บาท ขณะที่แรงระเบิดนั้นยังทำให้นายอเนก ที่เข็นรถ ก็ได้รับบาดเจ็บ ตาบอดทั้งสองข้างด้วย

          จากนั้น นายอเนก คนเข็นรถผลไม้ จึงถูกดำเนินคดี ซึ่งอัยการฟ้องเป็นจำเลยคดีหมายเลขดำอ.2930/2553 ซึ่งนายอเนกให้การรับสารภาพ คดีก็ได้รับการตัดสินจนถึงชั้นศาลฎีกาแล้ว เมื่อปี 2559 ซึ่งศาลให้จำคุก 27 ปี 6 เดือน และปรับ 50 บาท จากที่ศาลชั้นต้นตัดสินครั้งแรกให้จำคุก 35 ปี และปรับ 50 บาทฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯ และฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สถานที่ประชุมพรรค โดยปัจจุบันนายอเนก ก็รับโทษถูกคุมขังในเรือนจำตามคำพิพากษาฎีกาถึงที่สุด

          ส่วนคนร้ายที่ผลิตระเบิดนั้นต่อมาก็ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้ยื่นฟ้อง นายเดชพล พุทธจง อายุ 62 ปี อาชีพค้าขาย , นายกำพล คำคง อายุ 48 ปี อาชีพขี่วินมอเตอร์ไซต์รับจ้าง , นายกอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด อายุ 49 ปี อาชีพค้าขาย , นางวริศรียา หรืออ้อ บุญสม อายุ 49 ปี อาชีพตกแต่งภายใน และนายสุริยาหรืออ้วน ภูมิวงษ์ อายุ 45 ปี อาชีพช่างทำบั้งไฟ เป็นจำเลยที่ 1-5 ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 22 ก.พ.54 ในคดีหมายเลขดำ อ.1007/2554 ในความผิดฐานร่วมกันทำวัตถุระเบิด , มีวัตถุระเบิดที่ออกใบอนุญาตไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธ(วัตถุระเบิด)ไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุสมควร และกระทำให้เกิดระเบิดฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  221 , 222 , 218 , 371 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา  4 , 38 ,74 แต่จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธชั้นพิจารณาของศาล

          กระทั่งศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.56 ซึ่งพยานหลักฐานรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งห้าเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ไม่พอใจรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี 2553 โดยนายเดชพล,นายกำพล , นายกอบชัย จำเลยที่ 1 - 3 เป็นผู้สั่งการให้นายอเนก เข็นรถผลไม้ไปที่หน้าพรรคภูมิใจไทยก่อนที่จะมีการระเบิดขึ้น การกระทำจึงมีความผิดหลายกรรม ให้จำคุกคนละ 10 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา ม.218 และ 222 ที่เป็นบทหนักสุด ฐานทำให้เกิดระเบิดจนน่าเป็นอันตรายแก่บุคคล ,ทรัพย์สินผู้อื่น , สถานที่ประชุม และร่วมกันมีระเบิด พร้อมทั้งให้ปรับอีกคนละ 100 บาท ฐานพกอาวุธไปในเมือง

         ส่วนนายสุริยา จำเลยที่ 5 รับว่าเป็นผู้ประกอบระเบิดอย่างเดียว ไม่มีส่วนรู้เห็นในการวางระเบิด จึงให้จำคุก 5 ปี ฐานร่วมกันทำระเบิด โดยศาลเห็นว่า จำเลยทั้งสี่ ก็ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 สุดท้ายจึงให้จำคุกนายเดชพล , นายกำพล , นายกอบชัย จำเลยที่ 1-3 คนละ 6 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 66.66 บาท ส่วนนายสุริยา จำเลยที่ 5 จำคุก 3 ปี 4 เดือน

          สำหรับนางวริศรียา จำเลยที่ 4 พยานอัยการโจทก์ศาลเห็นว่ามีข้อสงสัยยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้ลงโทษ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยในหลักฐานของโจทก์ โดยให้ยกฟ้องแต่มีคำสั่งให้ขังนางวริศรียา จำเลยที่ 4 ไว้ระหว่างอุทธรณ์

          ต่อมา อัยการโจทก์ และจำเลย ต่างก็ยื่นอุทธรณ์สู้คดี ซึ่งได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปเมื่อวันที่ 21 ก.ย.58 โดยศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ลงโทษนางวริศรียา จำเลยที่ 4 ที่แม้จะไม่ได้ร่วมในเหตุการณ์ระเบิด แต่ก็คอยใช้โทรศัพท์มือถือสอบถามติดตามสถานการณ์โดยตลอด ย่อมแสดงให้เห็นความเกี่ยวข้องจึงมีความผิดร่วมกับจำเลยอื่นด้วย ศาลอุทธรณ์จึงให้ลงโทษนายเดชพล , นายกำพล , นายกอบชัย , นางวริศรียา จำเลยที่ 1 - 4 รวมคนละ 6 ปีฐานร่วมกันกระทำให้ระเบิดจนเป็นอันตรายฯและร่วมกันมีระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ปรับอีกคนละ 100 บาท ฐานพกอาวุธไปในเมืองฯ 

          ส่วนนายสุริยา จำเลยที่ 5 นั้นศาลก็ให้จำคุก 4 ปีฐานประกอบวัตถุระเบิดฯ

          โดยศาลยังลดโทษให้อีกคนละ 1 ใน 3 เพราะคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์อยู่บ้าง จึงจำคุกนายเดชพล , นายกำพล , นายกอบชัย , นางวริศรียา จำเลยที่ 1 - 4 ไว้คนละ 4 ปี และปรับคนละ 66.66 บาท   

         ส่วนนายสุริยา จำเลยที่ 5 จำคุก 2 ปี 8 เดือนแต่เพราะนายสุริยา จำเลยที่ 5 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลจึงได้ออกหมายจับ และสั่งปรับนายประกัน 500,000 บาท 

          โดยจำเลย ได้ยื่นฎีกาสู้คดี จึฃมีการนัดฟังคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ที่ผลคำตัดสินจะถือเป็นที่สุด

(อ่านข่าวเกี่ยวข้อง) ฎีกายืนคุก 4 ปีสาวร่วม นปช.บึ้มภูมิใจไทย