ข่าว

อักขราทรตือแก้รัฐธรรมนูญควรฟังเสียงปชช.

อักขราทรตือแก้รัฐธรรมนูญควรฟังเสียงปชช.

15 ก.ย. 2552

ประธานศาลปกครองสูงสุดเตือนแก้ รธน. ส.ส. - ส.ว. ฟังเสียงทุกฝ่าย อย่าคิดมีอำนาจแก้ ไม่ฟังเสียงค้านที่มีสิทธิอันชอบธรรมตาม รธน. ขณะที่การคัดค้านต้องทำตามวิถีทางที่ถูกต้อง แนะผู้บริหารทุกระดับ ต้องเข้าใจกฎหมายด้วยเหตุและผลอย่างถูกต้อง

(15ก.ย.) นายอักขราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีการประชุมร่วมสภาระหว่างวันที่ 16 - 17 ก.ย.นี้ว่า ตนไม่ขอตอบว่าถึงเวลาที่บ้านเมืองต้องแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ปกติการแก้ รธน. ประเทศทั้งหลายในโลกที่แก้ รธน. นั้น ตนไม่เคยเห็นที่เขาจะมาแก้กันเรื่อยๆ เล็ก ๆ น้อยก็แก้กัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้ามีความจำเป็นแล้วจะแก้ไม่ได้ ซึ่งการแก้ต้องดูเหตุผลว่าเกิดอะไร มีความจำเป็นอะไร โดยการจะแก้มีหลักอย่างหนึ่ง คือ คนที่เสนอแก้ก็มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยยังไม่พูดถึงมาตรา 122 ที่ประธานวุฒิสภาพูดถึง แต่ปัญหามีว่าแม้ ส.ส.และ ส.ว. มีสิทธิแก้ แต่การแก้นั้นคนที่เป็น ส.ส. และ ส.ว. ต้องดูว่าคุณจะอยู่กี่ปี แล้วอย่าคิดว่าช่วงที่คุณอยู่ในอำนาจ คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้มายุ่งไม่ได้ คนที่ไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญคัดค้านได้ หากเห็นว่ากรณีที่แก้จะเกิดความเสียหาย ซึ่งไม่ต้องรอจนต้องหมดอายุสภาก่อนแล้วจะออกมาคัดค้าน ดังนั้นการจะแก้รัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยว่าแต่ละคนมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะคัดค้านตามวิถีทางที่ถูกต้อง เพราะคนนั้นอาจมองเห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญจะไปขัดแย้งกับประโยชน์ต่างๆ

 “ นักบริหาร หรือผู้บริหารทุกระดับของบ้านเมือง ถ้าไม่รู้กฎหมายที่ดีพอสมควร ก็ทำให้การบริหารบ้านเมืองวุ่นวาย โดยจะอาศัยแต่เพียงการปรึกษาหารืออย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีหลักทั่วไปในทางกฎหมายด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะมาเป็นผู้บริหารทุกระดับ จะต้องจบกฎหมายก็ไม่ใช่ แต่กฎหมายควรเป็นเรื่องที่อยู่ในหัวใจของผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับกิจการบ้านเมือง ที่ไม่ใช้เรื่องการเรียนกฎหมาย แต่เป็นเรื่องการเข้าใจถึงเหตุและผลอย่างเป็นธรรมชาติ ” นายอักขราทรกล่าวและว่า ขอให้ ส.ส. - ส.ว.รับฟังเสียงของทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้มีแนวคิดและเริ่มพูดกันว่า ผู้ไม่มีหน้าที่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรมายุ่งหรือห้าม จึงรู้สึกเป็นห่วงความคิดแบบนี้ อยากให้ผู้บริหารเข้าใจว่ากฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดินแต่ละฉบับมีความสำคัญอย่างไรและต้องศึกษาจนรู้อย่างถ่องแท้เพื่อบริหารราชการได้อย่างถูกต้องไม่ผิดพลาด เพราะกฎหมายเป็นเรื่องของเหตุและผลที่อธิบายได้ แต่ขณะนี้ผู้บริหารของเรายังไม่มีตรงนี้ ประเทศไทยจึงยังมีปัญหา ดังนั้นจึงต้องแก้ตรงจุดนี้

 เมื่อถามถึงการแก้ รธน. โดยเฉพาะมาตรา 190 เกี่ยวกับการลงนามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องเสนอผ่านสภา นายอักขราทร กล่าวว่า ตนไม่อาจตอบว่า มาตรา 190 มีอยู่แล้วดีหรือไม่ดี แต่เมื่อขณะที่มี มาตรา 190 อยู่แล้ว ไม่มีผลเสียหายว่ามีไว้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และถ้าใช้ให้เป็นก็ไม่เกิดเรื่อง