
ลุ้นอนุก.ต.ประชุม 6 ก.ค.เคาะชื่อเสนอปธ.ศาลฎีกา
“อนุก.ต.”เตรียมประชุมกลั่นกรองคุณสมบัติเสนอชื่อใหม่รอบสองเลือกประมุขตุลาการ ลุ้น“ชีพ จุลมนต์” รอง ปธ.ศาลฎีกาอันดับหนึ่งตามโผอาวุโส
4 ก.ค.60 ภายหลังที่การประชุมเลือกประธานศาลฎีการอบแรก เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถแต่งตั้งผู้พิพากษาที่คุณสมบัติรอบด้านเหมาะสม โดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติเอกฉันท์ไม่ผ่านบัญชีชื่อประธานศาลอุทธรณ์ ที่มีอาวุโส รองมาจากตำแหน่งประธานศาลฎีกานั้น
ล่าสุด (4 ก.ค.) มีรายงานข่าวว่า ขณะนี้สำนักงานศาลยุติธรรม ได้จัดทำบัญชีชื่อผู้พิพากษาที่มีอาวุโสรองลงมา คือ รองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 1 ที่มีชื่อนายชีพ จุลมนต์ ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนี้ ตามขั้นตอนปฏิบัติ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 50 วรรคแรก ที่บัญญัติว่า “ในกรณีที่ ก.ต.ไม่ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรง ตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามที่เลขานุการ ก.ต. เสนอ ตามมาตรา 47 ห้ามมิให้ ก.ต. เสนอแต่งตั้งบุคคลอื่น และในกรณีเช่นว่านี้ให้เลขานุการ ก.ต. ดำเนินการตามมาตรา 47 อีกครั้งหนึ่ง แล้วเสนอให้ ก.ต.พิจารณาใหม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ ก.ต. มีมติดังกล่าว ในการเสนอครั้งใหม่ห้ามมิให้เสนอบุคคลเดิม”
โดยการจัดทำบัญชีชื่อตามอาวุโสนั้นจะเสนอ อนุ ก.ต.3 ชั้นศาล 21 คน ตามขั้นตอน เพื่อพิจารณาและกลั่นกรองคุณสมบัติความเหมาะสมรอบด้านเหมือนเช่นเคย ซึ่ง อนุ ก.ต. 3 ชั้นศาล กำหนดประชุมเพื่อพิจารณาบัญชีรายชื่อดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ค.นี้ โดยอนุก.ต.มีเวลาที่จะพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะต้องเสนอที่ประชุม ก.ต.ชุดใหญ่ 15 คน ในวันอังคารที่ 11 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น.
อย่างไรก็ดีในการคัดเลือกผู้พิพากษาที่มีความเหมาะสมที่จะเสนอชื่อแต่งตั้งเป็น “ประธานศาลฎีกา” รอบสองนี้นั้น หากสุดท้าย การประชุม ก.ต.ชุดใหญ่ วันอังคารที่ 11 ก.ค. ลงมติไม่ผ่านบัญชีรายชื่ออีกรอบ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 50 วรรคท้าย บัญญัติว่า “ ในการพิจารณาใหม่ของ ก.ต. ถ้า ก.ต. ยังไม่ให้ความเห็นชอบ กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมคนหนึ่งคนใด จะเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อให้ ก.ต. มีมติแต่งตั้งก็ได้ แต่มติให้ความเห็นชอบในกรณีนี้จะต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่”ซึ่งก.ต.ปัจจุบันมี 15 คน โดยเสียงตามกฎหมายนั้น หมายถึง ต้องเห็นชอบไม่ต่ำกว่า 8 เสียง



