
"แม่น้องบีม" ร่ำไห้ "ทนายแสบ"หลอกกันทำไม วอนคืนเงิน
"นายกสภาทนายความ"เซ็นเอกสารตั้งทนาย เอาผิด"ทนายแสบฉ้อโกงเงินคดี" ยันช่วยคดี"อาญา-แพ่ง-สอบผิดมรรยาท"ผิดจริงฟันไม่เลี้ยง รวมเงินช่วยอีก 4 หมื่น
4 ก.ค. 60 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าที่ ร .ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ พร้อมด้วย นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความฯ , นายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาศ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายสภาทนายความฯ ,ว่าที่ พ.ต. สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกสภาทนายความฝ่ายบริหาร , น.ส.เสาวรียา ไชยยังธัญทวี กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนสภาทนายความฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าว กรณีที่ถูกทนายความที่อ้างอาสาช่วยเหลือคดีอุบัติเหตุรถชนฉ้อโกงเงินค่าเสียหายร่วม 5 ล้านบาทไปจาก"น้องบีม"วัย 14 ปี และนางพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดา ผู้เสียหาย
โดยวันนี้ นางพรทิพย์ จันทรัตน์ และน้องบีม ผู้ที่ได้รับความเสียหาย เดินทางมาพบกับคณะบริหารสภาทนายความฯ เมื่อเวลา 10.00 น. เพื่อมายื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือจากสภาทนายความฯ ตามระเบียบ และเซ็นเอกสารแต่งตั้งทนายความดำเนินคดี กับ "นาย พ." ทนายความอาสาคนดังกล่าว ขณะที่ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ นายกสภาทนายความฯ ได้มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือ นางพรทิพย์ด้วย 5,000 บาท พร้อมทั้งนำเอกสารคำร้องและแต่งตั้งทนายความขึ้นมาให้นางพรทิพย์เซ็นต่อหน้าสื่อมวลชนด้วย
ซึ่งนางพรทิพย์ ได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า เราร้องทุกข์ในเรื่องนี้มานานมากจนตอนแรกคิดจะทิ้งคดีแล้ว พอมีสื่อมวลชนเริ่มเข้ามาช่วยจนถึงวันนี้ก็ดีใจ ปลอบใจตัวเองว่า น่าจะได้เงินคืน เพราะหวังมาทั้งชีวิตในการดูแลรักษาลูก
"หากเจอกัน ก็อยากถามว่า มาหลอกกันทำไม ขอให้เอาเงินคืนมา ได้ดูแลลูกต่อสู้มานานต้องอุ้มลูกตั้งแต่ตัวเล็ก จนตอนนี้อุ้มลูกไม่ไหวแล้ว ขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยเหลือทำให้แม่ยิ้มออกได้ เราร้องเรียนมาตั้งแต่ลูกยังตัวเล็ก ถ้าใครเป็นแม่ก็คงเข้าใจความเป็นแม่" นางพรทิพย์ กล่าว
โดย ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ กล่าวว่า การดำเนินการสอบสวนใช้เวลาพอสมควร แต่คงจะทำให้เร็วที่สุด ในส่วนการช่วยเหลือจะดำเนินการอย่างเต็มที่ให้ได้รับความเป็นธรรม ฝากถึง "นาย พ." ให้มาพบเจ้าหน้าที่หรือมาที่สภาทนายความฯ เพื่อชี้แจงจะได้มีข้อยุติและช่วยเหลือผู้เสียหาย และฝากถึงประชาชนในการเซ็นเอกสารต่างๆ แม้จะเป็นทนายความต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจน พร้อมถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ขณะที่ นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความฯ ได้กล่าวถึงการดำเนินการทางวินัยด้วยว่า ก็เป็นไปตามข้อบังคับมรรยาท หลังจากที่มีข่าวผู้เสียหายดังกล่าว สภาทนายความฯ ได้มีหนังสือถึงประธานมรรยาทเพื่อให้คณะกรรมการมรรยาทดำเนินการสอบสวนแล้ว ซึ่งจะมีการนัดประชุมเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป ขณะที่ตามขั้นตอน "นาย พ." ทนายความที่ถูกกล่าวหา จะต้องยื่นแก้ข้อกล่าวหาเข้ามาภายใน 15 วัน หากไม่ยื่นเข้ามาจะสอบสวนเฉพาะผู้กล่าวหา ซึ่งสามารถตัดสินได้แม้ผู้ถูกกล่าวหาไม่มา เป็นไปตามกฎหมาย หากมีการยื่นแก้ข้อกล่าวหามา อาจใช้เวลาในการสอบสวนเป็นเดือน หากสอบสวนฝ่ายเดียวใช้เวลาไม่นาน ส่วนการลบชื่อนั้น แม้ลบไปแล้ว 5 ปี จะมีสิทธิในการขอใหม่ได้ แต่ต้องตั้งกรรมการสอบ ถ้าประวัติไม่ดีกรรมการไม่อนุมัติให้อยู่แล้ว
"คดีเช่นนี้มีตัวอย่างที่ผ่านมาใช้บทลงโทษสูงสุด คือการลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ ฐานตระบัดสินลูกความ หากสอบแล้วพบว่า มีความผิดจริงจะพิจารณาลงโทษ ทนายความทั่วประเทศกว่า 80,000 คน ย่อมมีคนไม่ดีปะปนบ้าง แต่ในปีหนึ่งสภาทนายความสามารถกำจัดคนไม่ดีออกไปได้หลายคน" เลขาธิการสภาทนายความฯ กล่าวและว่า สำหรับประชาชน หากมีความสงสัยทนายความคนใด สามารถขอตรวจสอบประวัติได้ และขอให้ประชาชนต้องอ่านเอกสารต่างๆ ให้ละเอียดก่อนจะมีการเซ็นอะไรโดยรอบคอบ รวมถึงการเขียนเช็คต้องจ่ายชื่อผู้เสียหายไม่ใช่ชื่อทนายความ
ด้านนายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาศ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายสภาทนายความ ได้กล่าวถึงการดำเนินคดีต่อ "นาย พ." ทนายความที่ถูกกล่าวหาว่า การดำเนินคดีแพ่ง สภาทนายความฯ จะร่วมกับเนติบัณฑิตสภาฯ ช่วยเหลือแต่งตั้งทนายความที่สามารถดำเนินการฟ้องได้ทันที ส่วนคดีอาญานั้น ต้องรอหลังจากอัยการยื่นฟ้องคดีเสียก่อน จึงจะแต่งตั้งทนายความ เพื่อขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมดำเนินคดีต่อไป
ขณะที่ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกสภาทนายความฝ่ายบริหาร กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทนายความร่างคำฟ้องคดีแล้ว โดยสภาทนายความฯ และเนติบัณฑิตยสภาร่วมกัน ตั้งใจจะฟ้องให้เร็วที่สุด และขอชี้แจงเรื่องลักษณะทนายความอาสาด้วยว่า ปกติจะไม่เดินทางไปหาตัวคู่ความ แต่ต้องมาพบที่สภาทนายความหรือเนติบัณฑิตยสภา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับคดีนี้เข้าเงื่อนไขว่า เป็นผู้ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถใช้ทนายความอาสาได้ และยื่นขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในคดีทางแพ่งได้ ซึ่งหากศาลให้ยกเว้นก็ไม่ต้องจ่าย หรือถ้ายกเว้นไม่ได้ กระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการจ่ายให้
ทั้งนี้น.ส.เสาวรียา ไชยยังธัญทวี กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนสภาทนายความฯ กล่าวชี้แจงด้วยว่า "นาย พ." ไม่ใช่ทนายความอาสา เพราะทนายความอาสาต้องได้รับการแต่งตั้ง และต้องลงชื่อติดต่อมาที่สภาทนายความฯโดยตรง ซึ่งเราจัดไว้ 16 คน ต่อวัน โดยเหมือนนายประกันของศาลต้องมีการลงทะเบียน อย่างไรก็ดีสำหรับกรณีนางพรทิพย์นั้น สภาทนายความฯ ก็ได้รวบรวมเงินช่วยเหลือ นางพรทิพย์ด้วย อีกจำนวน 40,000 บาท.



