ข่าว

ปลัดแรงงานฯ "ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน" แก้แรงงานต่างด้าว

ปลัดแรงงานฯ "ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน" แก้แรงงานต่างด้าว

04 ก.ค. 2560

"ตอนนี้เป็นเหมือนช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนลำบาก แต่ต้องเข้าสู่ระบบนี้ ไม่งั้นเราอยู่ไม่ได้”

 

              4 ก.ค.60 - "ม.ล.ปุณฑริก สมิติ" ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ “สุทธิชัย หยุ่น” ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ "Suthichai Yoon" เรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าว กรณีที่จะมีการออกมาตรา 44 เพื่อชะลอการใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว

 

อาจชะลอการบังคับใช้มากกว่า 120 วัน

              ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า การออกม.44 ถือว่าเป็นการชะลอการบังคับใช้โทษและขยับระยะเวลาออกไปอีก ซึ่งอาจจะเกินกว่า120 วัน เพื่อเผื่อเวลาให้ทำได้ถูกกฎหมายได้ทัน ซึ่งถือเป็นกระบวนการทำให้แรงงานที่จะเข้ามาทำงานทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงต้องใช้เวลา โดยระหว่างนี้จะไม่ให้มีการจับกุม โดยมาตรา 44 จะครอบคลุมย้อนหลังไปถึงวันที่ 23 มิ.ย.ที่ พ.ร.ก.มีผลบังคับใช้ และที่จับกุมไปแล้ว

              ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า การออกพ.ร.ก.นี้ผลที่ออกมาขยายวงกว้างกว่าที่คาดหมายไว้ แต่เรื่องนี้เราทำงานต่อเนื่องมาโดยตลอด และเมื่อรัฐบาลเข้ามา ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ประเทศไทยต้องการใช้แรงงานต่างด้าวแน่นอน เพราะมีงานหลายอย่างที่คนไทยไม่ทำ แต่หลักการ ต้องใช้ที่เข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมาย 

              "เราจึงได้พูดคุยทำ MOU กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด การที่จะนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศต้องทำตามกฎหมายและมีการจัดระเบียบให้ถูกต้อง แต่ในบ้านเรามีแรงงานที่ผิดกฎหมายเยอะมาก เราเปิดจดทะเบียนหลายครั้งและเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีการให้จดทะเบียนครั้งใหญ่เพื่อให้แรงงานมาเข้าสู่ระบบ ซึ่งตัวเลขขณะนี้จากหลาหน่วยงานที่มีการรายงานเข้ามา มีแรงต่างด้าวทั้งหมดประมาณ 3 ล้านคน มีที่จดทะเบียนถูกต้องประมาณล้านกว่าคนและไม่ถูกต้องล้านกว่าคน

              ทั้งนี้เราได้มีการปรับปรุงเรื่องกฎหมาย เนื่องจากเราต้องอยู่ในกติกาสากล ซึ่งกติกาสากล มองเรื่องการเข้ามาของแรงงานต้องถูกต้องและเรื่องโทษต้องให้มีความหมาย เราจึงต้องปรับเพิ่มโทษ และการออก พ.ร.ก.ประมง จากเดิมเราไม่ค่อยมี มีการออก พ.ร.ก.ค้ามนุษย์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ออก พ.ร.ก.ประมง พูดถึงแรงงานที่ผิดกฎหมาย เราได้ร่วมมือสหวิชาชีพเลย เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตราฐานสากล เพราะเราขายสินค้าไม่ได้เลย กลับกลายเป็นทุกคนก็จะยิ่งเดือดร้อนกันใหญ่ การที่เราเคยปฎิบัติมาที่ไม่ได้อยู่ในกฎกติกา เราต้องปรับตัว ต้องเข้าใจที่ต้องปรับตัวเรามองถึงอนาคต

  

พ.ร.ก.เน้นจัดการโบรกเกอร์  

              “พ.ร.ก.ฉบับนี้เน้นที่จะดูแลจัดการโบรกเกอร์ที่เอาคนงานไปเร่ขายเรียกรับตามอำเภอใจ ปีนี้จึงถือเป็นซีรี่ย์สุดท้าย ต้องปรับเพิ่มโทษและในการเพิ่มโทษเราเอากฎหมายอื่นมาเทียบเคียง”

              อีกประเด็นหนึ่งมีคนมองว่า แรงงานต่างด้าวเต็มบ้าน เต็มเมือง มาแย่งอาชีพคนไทยทำหมดและบ้างมาเป็นเจ้าของกิจการ แต่ในทางกลับกันไม่ใช่ว่า เราไม่ต้องการแรงงานต่างด้าวแล้ว แต่เราต้องการทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ให้เข้ามาอยู่ในระบบ เป็นกลไกที่แสดงความถูกต้อง ให้นายจ้างทุกรายยื่น ทำให้คนที่ผิดกฎหมาย ถูกกฎหมาย"

              เมื่อถามว่าพ.ร.ก.ฉบับนี้ออกมา กระบวนพิจารณาใช้มาตรฐานอย่างไร ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า อัตราโทษต่างๆมีการเทียบเคียงกับกฎหมายที่ได้ออกไปแล้ว อาทิ พ.ร.ก.ประมง โทษของแรงงานเด็ก เป็นอัตรานี้หมด แรงงานต่างด้าวจึงอยู่ในอัตราเทียบเคียงกันและด้วยมุมมองจากการที่รัฐถูกตรวจสอบจากมาตรฐานสากล มองเรื่องการต้องเพิ่มโทษ ทำให้รุนแรงขึ้น  ซึ่งเน้นคนที่ไปหลอกลวงมา เป็นการป้องกันที่มาแบบไม่ถูกต้อง เช่น มาเป็นเจ้าของธุรกิจ ในขณะการที่จดทะเบียน มาเป็นกรรมกรเป็นแรงงานทั่วไป  

              ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การออกพ.ร.ก.นี้มีการพิจาณาร่วมกันของหน่วยงานต่างๆรวมถึงเอ็นจีโอ เป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวช่วยกัน ตอนนี้สถานการณ์การค้าสมนุษย์ของไทยตามรายงานของสหรัฐฯอยู่เทียร์ 2 เฝ้าจับตา เพราะแบบนี้  

              "เราไม่ชัดเจน ทั้งเรื่องเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ เรื่องแรงงานผิดกฎหมายอยู่ ซึ่งต้องทำให้ได้มาตรฐานสากล และเราได้คุยกับประเทศต้นทาง เราอยากทำจีทูจี เหมือนเราส่งแรงงานไปประเทศเกาหลีหรือประเทศอิสราเอล ให้ไม่มีค่าบริการ จึงต้องรอฟังจากประเทศต้นทาง ส่วนเราพร้อม ซึ่งจะทำให้รวดเร็วขึ้นและตัดค่าใช้ต่างๆ เรื่องค่านายหน้าเหล่านี้ออกไป เราจึงอยากให้มีการส่งจีทูจี และเราได้ไปคุยกับ IOM (International Organization for Migration -องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ) ที่ช่วยเราส่งแรงงานไปประเทศอิสราเอล ซึ่งเราพร้อมเตรียมพื้นที่รองรับ"

  

ขออย่าตระหนก บางปัญหาแก้ได้โดยไม่ต้องเดินทางกลับ

              เมื่อถามว่าหากออก มาตรา 44 จะทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติได้หรือไม่ ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า เมื่อมาตรา 44 ออก อยากบอกผู้ประกอบการ อย่าเพิ่งตระหนกมากเกินไป กรณีที่ต้องการใช้แรงงานต่างด้าว ให้ไปพบเจ้าหน้าปรึกษาดูว่ากรณีของเราเป็นอย่างไร เชื่อว่ามีแรงงานหลายส่วน ที่มีบัตร เช่น ไปทำงานแต่ผิดนายจ้าง บัตรทำงานขาดอายุ มีพาสปอร์ตเป็นนักท่องเที่ยว หรือมีบัตรประจำตัวจากประเทศต้นทาง คนกลุ่มเหล่านี้ จะเข้าสู่ระบบได้เร็ว และไม่ต้องกลับบ้าน ซึ่งตัวเลขที่ได้รับรายงานจากด่าน มีแรงงานต่างบ้านกลับบ้านแล้วประมาณ สองหมื่นกว่าคน

              "ในมาตรา 44 จะมีอยู่ข้อหนึ่งที่รัฐมนตรี สามารถออกกฎหรือระเบียบได้  ช่วงนี้จึงอยากให้ ไม่ว่าจะเป็นสวนยาง ผลไม้ ภาคเกษตรกร ร้านอาหาร ตลาด การบริการทั่วๆไป ลองคุยกับเจ้าหน้าที่ว่ามีความต้องการรูปแบบไหน หรือคนของท่านมีเอกสารมีอะไรอยู่บ้าง คนเหล่านี้ยังไม่ต้องให้ไป เอาเอกสารมาดูก่อน หลาายกลุ่มสามารถจัดการได้ในประเทศเลย เราจะแก้ไขให้ อยู่ที่ความยากง่าย แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด"

              เมื่อถามว่าปัญหาแรงงานที่เดินทางเข้าออกบ่อยๆจะแก้ปัญหาอย่างไร ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า เราไม่อยากให้ภาพนั้นเกิดขึ้น ไม่อยากให้เปลี่ยนนายจ้างบ่อยๆเพราะนายจ้างที่ลงทุนลงแรงไปเอาแรงงานมา ทำได้พักนึงแล้วหนี รัฐจึงมีกฎเกนฑ์ที่ต้องพิจารณาหลายเรื่อง เพื่อช่วยป้องกันนายจ้าง

              เมื่อถามว่ามีแนวโน้วที่เจ้าหน้าที่จะทุจริตมากขึ้นหรือไม่เพราะมีช่องโหว่มากขึ้น ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า มาตรา 44 ห้ามเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการที่ไม่ถูกไม่ควร ตรงนี้ชัดเจน เจ้าหน้าที่คงไปทำอะไรไมได้ และนายกฯได้ประกาศไปแล้ว คงมั่นใจไปได้ระดับหนึ่ง และถ้าทำถูกต้องไม่ต้องกังวล ให้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าแรงงานไม่มีอะไรเลย ต้องกลับไปก่อน

 

เร่งเจรจารัฐมนตรีเมียนมา - กัมพูชา

              เมื่อถามว่ากระทรวงแรงงานได้เตรียมความพร้อมก่อนพ.ร.ก.ฉบับนี้จะออกหรือไม่ ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า ก่อนการออกกกฎหมายทุกครั้งเราได้อบรมเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และได้ระดมเจ้าหน้าที่จากทุกกรมมาเสริม มารองรับในการอำนวยความสะดวกเรื่องนี้  และวันศุกร์นี้ (7 ก.ค.) รัฐมนตรีจะไปประเทศเมียนมาอีกครั้ง น่าจะทำให้กระบวนการที่จะเข้ามาทำงานใหม่จะเร็วขึ้น และสัปดาห์นี้เช่นกันรัฐมนตรีแรงงานกัมพูชาจะเดินทางมา

               "เราจะมาจัดระบบใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวก ต้องง่าย ถูก เร็ว เราพยายามจะจัดระเบียบให้ดีที่สุด ฝ่ายไทยเต็มที่ตลอด เราต้องการคนจากประเทศต้นทาง หากประเทศต้นทางมีข้อจำกัดเราก็ต้องเข้าไปสู่ข้อจำกัดนั้นด้วย  นายกฯให้นโยบายการบริการ ยกตัวอย่างเรื่องเอกสาร เราจะลดให้เหลือเท่าที่จำเป็น เราไม่ได้นิ่งนอนใจ  มาตรา 44 ขยายเวลายาวไปอีกเพื่อให้เราทำทัน เราคงต้องเร่งกันเต็มที่ อยากเชิญชวนเจ้าของกิจการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอะไร มีเอกสารที่แสดงตัวได้ เราน่าจะเคลียร์ในประเทศเราได้"

              ปลัดกระทรวงแรงงาน ย้ำว่า "ตอนนี้เป็นเหมือนช่วงเปลี่ยนผ่าน เราต้องขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนลำบาก แต่ต้องเข้าสู่ระบบนี้ ไม่งั้นเราอยู่ไม่ได้"