
เหยื่ออีกรายแจ้งความเอาผิดทนายโกงเงินน้องบีม
เหยื่ออีกรายร้องเอาผิด ทนายโกงเงินเยียวยาน้องบีม เผยหลอกยืมเงินกว่า1ล.ไปเรียนต่อปริญญาเอก ด้านตร.เร่งรวบรวมหลักฐาน ชี้อาศัยความรู้ก.ม.เขียนสัญญาเลี่ยงถูกฟ้อง
จากกรณีนางพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของ ด.ญ.ภัทรดา เเก้วผ่อง หรือน้องบีม ผู้เสียหายจากการประสบอุบัติเหตุรถยนต์ที่น้องบีมกับครอบครัวโดยสารมาชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ในพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 เป็นเหตุให้พ่อน้องบีมเสียชีวิต ส่วนมารดาบาดเจ็บสาหัส ขณะเดียวกันน้องบีมกลายเป็นคนพิการตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ซึ่งบริษัทเจ้าของรถพ่วงคู่กรณีได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ 5 ล้านบาท โดยจ่ายให้กับนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความอาสาที่รับว่าความคดีดังกล่าว กลับโกงเงินเยียวยาไป จนหน่วยงานต่างๆและกระทรวงยุติธรรมได้เข้ามาให้การช่วยเหลือเพื่อฟ้องเรียกเงินคืนจากทนายรายนี้พร้อมฟ้องคดีอาญาด้วยนั้น ล่าสุดมีเหยื่อที่โดนทนายคนดังกล่าวฉ้อโกงอีกรายเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับนายพิสิษฐ์เช่นกัน
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ก.ค. น.ส.นิษฐาณัฐ ภัทรธนินนิษฐ์ อายุ 54 ปี อดีตเจ้าของร้านรับส่งไปรษณีย์เอกชน ที่ตกเป็นเหยื่อถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความหลอกกู้ยืมเงินอ้างจะนำไปเรียนต่อปริญญาเอกจำนวน 1,336,830 บาท แล้วไม่ใช้หนี้คืน ได้นำเอกสารและพยานหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายพิสิษฐ์
น.ส.นิษฐาณัฐ ให้การว่า เมื่อประมาณปี 2550 ตนได้ติดต่อให้นายพิสิษฐ์ว่าความคดีรับมรดกหลังจากบิดามารดาได้เสียชีวิต จนกระทั่งคดีสำเร็จเรียบร้อยนายพิสิษฐ์ก็ได้ออกปากขอยืมเงินเพื่อจะนำไปเรียนต่อปริญญาเอกเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ขณะนั้นตนยังไม่ได้รับมรดกจึงได้ปฏิเสธไป ก่อนจะมารู้ที่หลังว่านายพิสิษฐ์ได้ไปขอยืมเงินจากญาติตน 2 ราย เป็นเงินรวม 950,000 บาท โดยบอกกับญาติว่าเมื่อเสร็จคดีแล้วจะนำเงินมาคืนให้ หลังชนะคดีตนจึงได้เรียกนายพิสิษฐ์และนางพรประวีณ์ ชูแก้ว ภรรยา ไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งพร้อมกับมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้กับนางพรประวีณ์ เพื่อนำเงินไปใช้คืนให้กับญาติตน
นอกจากนี้ยังได้ยืมเงินไปเรียนต่อรวมเป็นเงินทั้งหมด 1,336,830 บาท โดยมีการทำหนังสือสัญญากู้เงินตามกฎหมาย ซึ่งระบุชื่อผู้กู้คือนายพิสิษฐ์และมีนางพรประวีณ์ เซ็นต์ชื่อเป็นพยานไว้เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2552 และมีกำหนดชำระคืนในวันที่ 28 ก.พ.2558 แต่มาทราบตอนหลังว่านางพรประวีณ์ นำเงินไปใช้คืนให้ญาติตนเพียง 100,000 บาท เท่านั้น ตนได้พยายามติดต่อไปที่ทั้งสองคนแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอดและได้ปิดโทรศัพท์หนีไป จนมาทราบภายหลังว่าทนายรายนี้ได้ไปโกงเงินแม่น้องบีมจึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความดังกล่าว
นางนิษฐาณัฐ กล่าวด้วยว่า อยากให้ทนายพิสิษฐ์นำเงินมาคืนให้กับตนอย่าได้สร้างบาปอีกต่อไปเลย เนื่องจากก่อนหน้านี้ลูกทั้ง 3 คนของตน เคยคิดฆ่าตัวตายเพราะไม่มีเงินเรียนหนังสือ ขณะนี้ครอบครัวของตนก็ลำบากมากเพราะไม่มีเงินแล้ว เกรงว่าถ้าลูกๆเกิดความเครียดจะย้อนกลับไปคิดทำแบบเดิมอีก
ด้านพ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกลม ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า หลังได้ดูเอกสารของนางนิษฐาณัฐแล้วพบว่าทนายพิสิษฐ์ได้ใช้ความรู้ของตนในการเขียนหนังสือสัญญาเงินกู้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้อง ตอนนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับนางนิษฐาณัฐไม่ว่าจะเป็นญาติที่ถูกยืมเงินเพื่อพิจารณาในการที่จะดำเนินคดีกับทนายพิสิษฐ์ต่อไป



