ข่าว

 3 เหล่าทัพถกรับมือสงครามไซเบอร์

 3 เหล่าทัพถกรับมือสงครามไซเบอร์

04 ก.ค. 2560

 3 เหล่าทัพถกรับมือสงครามไซเบอร์ พบทุกประเทศเพิ่มศักยภาพ ชี้เกาหลีเหนือ ตั้งสายลับไซเบอร์-ลาดตระเวณ เคยใช้ไทยเป็นฐานโจมตีสหรัฐฯเผยไทยพบแฮกเกอร์สมัครป่วนมากสุด

          4 ก.ค. 60 พล.อ.อ.ชาญฤทธิ์ พลิกานนท์ รองเสนาธิการทหาร เป็นประธานงานเสวนาวิชาการ โรงเรียนเสนาธิการ 3 เหล่าทัพ  เรื่อง ไซเบอร์ในกิจการทหาร ความท้าทายและเตรียมการรับมือในอนาคต โดยมีวิทยากร ประกอบด้วย พล.ต.ฤทธี อินทรวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก น.อ.อมร ชมเชย รองผู้อำนวยการกองสงครามไซเบอร์ สำนักระบบบัญชาการและควบคุม กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทหารอากาศ  น.อ.ปัทพงษ์ ดุรงค์ฤทธิชัย ผู้อำนวยการกองไซเบอร์ สำนักปฏิบัติการกรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ

           พล.อ.อ.ชาญฤทธิ์ กล่าวเปิดการเสวนา  "ไซเบอร์ในกิจการทหาร ความท้าทายและเตรียมการรับมือในอนาคต" ให้กับนักเรียนเสนาธิการ ทั้ง 3 เหล่าทัพ ตอนหนึ่งว่า โรงเรียนเสนาธิการ 3 เหล่าทัพ ถือเป็นสถาบันหลักในการหล่อหลอมและผลิตนายทหารฝ่ายเสนาธิการ และผู้บังคับบัญชาระดับกลางของกองทัพ ให้มีความรู้ ความสามารถ ในการบริหาร ปกครอง บังคับบัญชา และการเสวนาในวันนี้ทำให้เข้าใจถึงแนวโน้ม และอุปสรรคของการปฏิบัติงานทหาร ในยุคสังคมที่เปลี่ยนแปลง 

           ขณะที่ พล.ต.ฤทธี  ชี้ให้เห็นถึงสงครามไซเบอร์ว่า ปัจจุบันนี้ งานด้านความมั่นคงกินพื้นที่นอกเหนือจากภาคพื้นดิน อากาศ และน่านน้ำ แต่ยังหมายรวมถึง พื้นที่ไซเบอร์  (CYBER) ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา แบ่งลักษณ์ภัยคุกคามไซเบอร์เป็น 5 ระดับ ซึ่งกองทัพไทยก็ใช้มาตราฐานเดียวกัน คือ 1.การโจมตีระดับชาติ เป็นสงครามไซเบอร์ 2.การก่อการร้าย เป็นการใช้ไซเบอร์โจมตีเป้าหมายส่งผลต่อความมั่นคง 3.อาชญากรรม เป็นการเจาะข้อมูล เช่น   มัลแวร์  4.แฮกเกอร์อุดมการณ์ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เข้าถึงระบบและข้อมูลในการโจมตี 5.แฮกเกอร์ทั่วไป ไม่มีอุดมการณ์ ดำเนินการตามกระแสและการชักชวน ทั้งนี้ในประเทศไทย พบกลุ่มนี้มากที่สุด ที่เรียกว่า สคิป คิดดี้  คือแฮกเกอร์มือสมัครเล่น ในการปั่นป่วนระบบ

           นาวาอากาศเอก อมร ระบุว่า ในสงครามภาคพื้น เราสามารถรู้ตัวผู้ก่อเหตุ แต่ในสงครามไซเบอร์นั้น  เราจะไม่ทราบตัวผู้กระทำอย่างชัดเจน และไม่รู้แหล่งที่มาของการถูกโจมตี  ซึ่งสิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือการเตรียมการตั้งรับ ครบถ้วนให้รอบด้าน และประเมินโอกาส และความเสี่ยง ของการเกิดภัยคุกคามในทุกรูปแบบ จึงถือเป็นเรื่องที่ท้าทายของงานความมั่นคง  ทั้งนี้เกาหลีเหนือ เคยใช้ไทยเป็นฐานในการโจมตีสหรัฐอเมริการ โดยใช้วิธีการซ่อนตัวผ่านโซเชียลเนตเวิร์ค และทำให้เกิดการเข้าใจผิด และกว่าจะรู้ตัวก็เข้าใจผิดไปแล้ว

           นาวาเอก ปัทพงษ์ บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในโลก คือทุกประเทศ กำลังเสริมสร้างศักยภาพด้านไซเบอร์ เช่น จีน รัสเซีย โดยเฉพาะเกาหลีเหนือ ที่เริ่มใช้ปฏิบัติการไซเบอร์แล้ว โดยตั้งหน่วยเรียกว่า Unit 180 ทำหน้าที่เป็นสายลับไซเบอร์ และมีหน่วยที่ทำหน้าที่ลาดตระเวณสารสนเทศเพื่อหาเป้าหมายหรือแม้แต่อิหร่าน  ที่ประกาศตัวว่าจะเป็นผู้นำด้านสงครามไซเบอร์  ทั้งนี้ในไทย  มีการปรับโครงสร้าง ตั้งกองไซเบอร์ ที่มียุทธศาสตร์หลัก คือการตั้งรับดูแลระบบให้เกิดความปลอดภัย แต่ก็ต้องแฝงด้วยปฏิบัติการเชิงรุก ทั้งนี้กองทัพไทยในฐานะหน่วยความมั่นคง จึงวางยุทธศาสตร์สงครามไซเบอร์ ที่กำหนดให้เหล่าทัพ เพิ่มขีดความสามารถทั้ง 3 ด้าน ทั้งการป้องกัน, พัฒนา, และร่วมกับหน่วยภายใน ใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติการทางทหาร เพื่อผนึกกำลังป้องกันประเทศ ทุกรูปแบบ ทั้งการจารกรรม และการโจมตีทำลายล้างฐานข้อมูล