ข่าว

 รัฐเร่งแก้ปัญหาพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ลดผลกระทบกับเอสเอ็มอี

รัฐเร่งแก้ปัญหาพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ลดผลกระทบกับเอสเอ็มอี

04 ก.ค. 2560

รัฐเร่งแก้ปัญหาพ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ลดผลกระทบกับเอสเอ็มอี

                   นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเปิด “ศูนย์บุคลากรทักษะสูง” หรือ Strategic Talent Center (STC) ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า การขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 และผลักดัน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาคนที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีชั้นสูงขึ้นมารองรับ โดยศูนย์แห่งนี้จะออกไปดึงนักวิจัย ผู้เชี่ยวชายทั้งใน และต่างประเทศ เข้ามารองรับภาคอุตสาหกรรม

                    “ศูนย์นี้จะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อบริการรับรองผู้เชี่ยวชาญภายในประเทส และต่างประเทศในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่บริษัทประสงค์จะนำเข้ามาทำงานในไทย ทั้งบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทั้งประเทศไปสู่อุตสาหกรรม 4.0”

                       ส่วน พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 จะไม่กระทบต่อแรงงานต่างชาติทักษะสูงที่จะดึงเข้ามาทำงานในไทย เพราะเป็นกลุ่มที่ประเทศชาติต้องการมาก ต่างจากแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำลัง หารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทบทวนรายละเอียดบางประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจช็อกไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี เพื่อร่วมกันหาทางออกในช่วงที่ไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน โดยนายกรัฐมนตรีได้ใช้ ม.44 ขยายเวลาการบังคับใช้อฎหมายออกไป 120 วัน เพื่อให้ภาคเอกชนปรับตัว และจะมีมาตรการออกมารองรับ เพื่อให้ให้ภาคธุรกิจเกิดความเดือดร้อน

                    นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า สำหรับโรงงานที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก บีโอไอนั้น มีบางส่วนจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว ซึ่งบีโอไอมีข้อกำหนดชัดเจนว่าจะต้องเป็นแรงงานต่างด้ายที่จดทะเบียบถูกต้อง ดังนั้นจึงคาดว่าธุรกิจที่ได้รับ บีโอไอ จะไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ จะได้รับการผอนลันใช้แรงงานต่างด้าวไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2561 โดยหลังจากนี้ แรงงานต่างด้าวที่ใช้จะต้องเป็นแรงงานที่ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ระหว่างประเทศเท่านั้น

                     สำหรับ ยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุนนั้น จากการประเมินตัวเลขล่าสุดทำให้มั่นว่าในปี 2560 จะมียอดการขอรับการส่งเสริมได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6 แสนล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นโครงการที่อยู่ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 60% “การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไอช่วงปลายเดือนก.ค.นี้ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะมีการสรุปยอดขอคำการส่งเสริมล่าสุดที่ชัดเจนแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งหลังจากการเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น มั่นใจว่าจะมีเอกชนรายใหญ่ 4 บริษัทของญี่ปุ่นจะยื่นขอรับการส่งเสริม”

                         รายงานข่าวจากการเดินทางไปโรดโชว์ประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมา บีโอไอ ได้หารือกับ บริษัท Kyocera Corporation ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์การแพทย์ 2. บริษัท Spiber Inc. เป็นบริษัทสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมไบโอเทคโนโลยีผลิตวัสดุชีวภาพชั้นสูง 3. บริษัท Subaru Corporation ผู้ผลิตรถยนต์ซูบารุ และ 4. บริษัท Panasonic Corporation ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของการจัดตั้งศูนย์บุคลากรทักษะสูง เป็นความร่วมมือระหว่างบีโอไอและ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

                          โดยได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ดังกล่าว การให้บริการของศูนย์ STC จะครอบคลุม 3 ด้าน คือ 1.การแนะนำผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างชาติในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับภาคเอกชน โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลของหน่วยงานต่างๆในเครือข่ายซึ่งครอบคลุมนักวิจัยในภาครัฐ ผู้ได้รับทุนวิจัย นักเรียนทุนระดับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.การให้บริการรับรองผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน และ 3.การอำนวยความสะดวกวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน โดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานในเครือของศูนย์ STC จะได้รับการอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน