
รถบรรทุกพ่วง 18 ตกสะพานข้ามคลองสูง 3 เมตร
รถบรรทุกพ่วง 18 ตกสะพานข้ามคลองสูง 3 เมตร-หักเปลี่ยนเลนกระทันหันชนกระบะ ก่อนพุ่งลงไปด้านล่างทับรถกระบะด้านล่าง โชคดีคนขับกระบะไม่บาดเจ็บ ด้านคนขับรถพ่วงเจ็บ
เมื่อเวลา 22.00น.วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ต.ต.ธนภณ เอี่ยมสะอาด สว.(สอบสวน) สทล.2 บก.8บก.ทล. ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกพ่วง18ล้อตกสะพาน ข้ามคลองพระยาสุเรนทร์ ถ.วงแหวนกาญจนาภิเษก กม.ที่35+100 มุ่งหน้าบางปะอิน แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทางหลวง มูลนิธิปอเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุบนถนนกาญจนา ช่วงหลักกิโลเมตร 35+100 บนสะพานข้ามคลองพระยาสุเรนทร์ พบรถบรรทุก6ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-8680 กทม. ของบริษัท ออล เวย์ เอ็กเพรส พลิกตะแคงชนขอบทางด้านขวาสุด ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร ริมขวาสุดพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บร 6874 จ.ระยอง มีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนบริเวณด้านหน้ารถได้รับความเสียหาย ตรวจสอบบริเวณโดยรอบขอบสะพานได้รับความเสียหายยาวประมาณ20เมตร
นอกจากนี้บริเวณด้านล่างพบรถบรรทุก18ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หัวพ่วงหมายเลขทะเบียน 62-3360 กทม. ท้ายพ่วง ทะเบียน 61-9518 กทม. ของบริษัท เอสเอสเค โรจิสติก จำกัด หงายท้องทับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 1กญ6988 กทม. ได้รับความเสียหายที่บริเวณท้ายกระบะ จากการตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือนายสุรชัย รุ่งเรือง อายุ 26 ปี เป็นผู้ที่ขับรถพ่วง ได้นำตัวรพ.พญาไท นวมินทร์
ด้านนายนฤพงษ์ เดชศรี อายุ 25 ปี คนขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บร6874 ระยอง กล่าวว่าขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมาทำให้พื้นถนนเปียก โดยตนขับรถอยู่เลนที่ 3 ขณะที่รถบรรทุกพ่วงอยู่ที่เลนซ้ายสุด ตนจึงขับแซงขึ้นไปแต่รถพ่วงได้หักเข้ามาทางขวาอย่างกระทันหันตนจึงเบรกและพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นรถพ่วงได้ชนเข้าบริเวณหน้ารถของตนก่อนจะพุ่งตกลงไปด้านล่าง ตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ
ด้านนายณัฐพล กล้าเสมอ อายุ 34ปี ขับขี่รถกระบะ อีซูซุ ดีแมค ทะเบียน กญ6988 กทม. เปิดเผยว่าขณะนั้นฝนตกลงมาอย่างหนัก ตนกำลังจะขับรถกลับบ้านพร้อมกับลูกชายวัย 13ปี ที่ซอยหทัยราษฎร์6 หลังจากลงทางด่วนจตุโชติ ขับเข้าเส้นโค้งตัวเอส เพื่อรอดใต้ด่วนจตุโชติ จราจรรถชะลอตัวขับตามกันมาเรื่อยๆ ก่อนที่ตนจะได้ยินเสียงโครม และมีหินตกมาใส่กระจกหน้ารถ พร้อมกับเห็นรถพ่วงคันดังกล่าวลอยลงมา จึงรีบเร่งเครื่องเพื่อให้พ้น แต่ด้านหน้ามีเสาหินตกลงมาพอดีจึงตัดสินใจเบรครถ ทำให้รถพ่วงตกลงมาทับบริเวณท้ายกระบะรถ หลังการตรวจร่างกายว่าไม่เป็นอะไร จึงลงจากรถไปดูคนขับรถพ่วง ซึ่งก็เดินลงมาจากรถ สภาพปากแตก พร้อมกับกล่าวขอโทษถนนมันลื่น ทั้งนี้ตนตกใจมากเหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดเร็วมาก คิดว่าจะไม่รอดแต่ตนเชื่อว่าที่ไม่เป็นอะไรเพราะวันนี้ตนห้อยพระสมเด็จ เนื้อเหล็กไหลของหลวงพ่อประทวน วัดถ้ำดาวเขาแก้ว จ.สระบุรีมาด้วย
ด้านพ.ต.ต.ธนภณ เอี่ยมสะอาด สว.(สอบสวน)สทล.2 บก.8 บก.ทล. กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถบรรทุกพ่วง ขับอยู่เลนซ้ายสุดก่อนจะหักเปลี่ยนเลนขวากระทันหันทำให้เฉี่ยวชนกับรถกระบะโตโยต้า จากนั้นรถบรรทุกพ่วงได้พุ่งลงมายังถนนด้านล่างซึ่งสูงประมาณ3เมตร ไปทับรถกระบะอีซูซุ ที่ขับผ่านมาพอดี ส่วนรถบรรทุกอีกคันที่ขับมาเจอเหตุได้เบรกกระทันหันจนเสียหลักพุ่งชนขอบสะพานเอง
อย่างไรก็ตามได้แจ้งข้อหา“ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย” แก่คนขับรถบรรทุกพ่วงซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่รพ. หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนทางหลวงและสอบปากคำพยานทั้งหมดเพื่อสรุปคดีต่อไป



