
วันนี้ในอดีต...เมื่อขุนพล "กรีซ" หักปากกาเซียน
วันนี้เมื่อ 13 ปีก่อน ขุนพลนักเตะทีมชาติกรีซ สร้างเรื่องช็อกโลกด้วยการคว้าแชมป์ยูโร 2004 หลังจากเฉือนชนะโปรตุเกส 1-0
4 กรกฎาคม 2004 ที่สนาม เอสตาดิโอ้ ดา ลุซ กรุงลิสบอน ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2004" ที่ประเทศโปรตุเกส เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยเป็นการพบกันระหว่างทีมเจ้าภาพ โปรตุเกส พบกับ กรีซ ทีมม้ามืดประจำทัวร์นาเม้นท์
สำหรับโปรตุเกสในยุคนั้นถือเป็น "ยุคทอง" ของพวกเขาเพราะเต็มไปด้วยดาวดังระดับโลกล้นทีม อาทิ หลุยส์ ฟิโก้, รุย คอสต้า, เดโก้ และดาวรุ่งพุ่งแรง (ในขณะนั้น) อย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้
ขณะที่ กรีซ แทบไม่มีใครรู้จักชื่อนักเตะแต่ละคนของพวกเขามาก่อน (จำได้เพียงแค่ว่าแต่ละคนมีชื่อยาวๆสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ผู้อ่านเท่านั้น!) ซึ่งก่อนที่ทัวร์นาเม้นท์จะเริ่มขึ้น กรีซ คือทีมเต็ง 1 ที่จะต้องกระเด็นตกรอบแรกด้วยซ้ำ โดยบริษัทรับพนันถูกกฏหมายของอังกฤษถึงกับออกราคาให้กรีซคว้าแชมป์ยูโรด้วยอัตรา 150-1 ทีเดียว
แต่กรีซภายใต้การคุมทีมของ อ็อตโต้ เรห์ฮาเก้ล ยอดกุนซือชาวเยอรมันผู้เคยพาทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นอย่างไกเซอร์สเลาเทิร์นคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าตั้งแต่ปีแรก ก็สร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้ง เมื่อพาทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มที่มีแต่ทีมสุดแกร่งอย่างโปรตุเกส, สเปน และรัสเซียมาได้ ก่อนจะพลิกล็อกเอาชนะฝรั่งเศสในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ต่อด้วยการชนะอีกหนึ่งตัวเต็งอย่างสาธารณรัฐเช็กได้อีกในรอบรองชนะเลิศ
ก่อนเกมนัดชิงจะเริ่มขึ้น หลายคนต่างคิดว่าการที่กรีซมาไกลถึงรอบนี้ได้ก็คงเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายไปมากแล้ว แต่คงไม่มีทางสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้งเพราะเวลานั้นโปรตุเกส "แกร่งทั่วแผ่น" และสมควรเป็นแชมป์อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อเริ่มคิกออฟ สถานการณ์ก็ดูท่าว่าพลพรรค "ฝอยทอง" จะมีโอกาสคว้าถ้วยแชมป์ไปครองมากกว่าเนื่องจากเป็นฝ่ายพับสนามบุกอยู่ข้างเดียว แต่แนวรุกของพวกเขายังไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง สิ่งที่กรีซรอคอยก็มาถึงในนาทีที่ 57 เมื่อได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา ซึ่งแม้นักเตะเจ้าภาพทุกคนจะรู้ดีว่าจุดแข็งที่สุดของกรีซคือลูกเซตพีซ แต่สุดท้ายก็ป้องกันไว้ไม่สำเร็จ โดยเป็น อังเกลอส ชาริสเตอัส ดาวยิงตัวเก่งจากแวร์เดอร์ เบรเมน ที่โถมตัวโขกเต็มแรงให้ทีม"เฮเลนิก"ออกนำก่อน 1-0
หลังจากนั้น โปรตุเกสก็เดินหน้าบุกแหลก แต่แนวรับของกรีซก็โชว์ทีมเวิร์คคุมโซนได้อย่างเหนียวแน่นจนทางฝั่งเจ้าภาพต้องอาศัยการส่องไกลจากนอกกรอบเป็นหลัก ซึ่งถ้าไม่หลุดกรอบออกไปเองก็ไปติดเซฟของ อันโตนิออส นิโคโปลิดิส เสียหมด
ท้ายเกม โปรตุเกสทำทุกวิถีทาง ทั้งยิงไกล, จ่ายทะลุช่อง, เปิดจากด้านข้าง แม้กระทั่งพุ่งล้มเพื่อเรียกฟรีคิก แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามาถฝ่าแนวรับของกรีซเข้าไปทำประตูได้ ครบ 90 นาที กรีซ จึงสร้างเรื่องช็อกโลกอีกครั้งด้วยการเอาชนะไป 1-0 คว้าแชมป์ไปครองแบบพลิกความคาดหมาย
แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่า กรีซ คือทีมที่ทำลายเสน่ห์ของฟุตบอล เพราะเป็นแชมป์ด้วยการเอาแต่ตั้งรับอย่างเดียว แต่สำหรับชาวกรีซไม่มีใครสนใจคำวิจารณ์นี้ เพราะพวกเขาได้ทำให้ทุกคนเข้าใจแล้วว่า "ฟุตบอล" คือกีฬาที่เล่นกัน 11 คน และการมีทีมเวิร์คเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเท่านั้นที่จะพาทีมประสบความสำเร็จได้
(คลิป Youtube // user: NIXBLACK)



