
เรียกครูลำปางแฉ ผอ.สอบข้อเท็จจริง
คณะกรรมการสอบสวนฯ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 เรียกครูแฉ ผอ.สอบข้อเท็จจริง
หลังจากข้าราชการครูเกษียณ และอดีตเลขาฯ ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังของจังหวัดลำปาง อายุ 65 ปี ได้ออกมาแฉรายรับ-รายจ่ายของผู้อำนวยการแบบละเอียดยิบ เนื่องจากต้องรับภาระหนี้สินแทนหลายสิบล้านบาท ทำให้เกิดอาการเครียดหนัก เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางเงินของผู้อำนวยการคนดังกล่าว กลายเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะโลกโซเชียลมีการแชร์และคอมเม้นท์เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก
ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (3 ก.ค.) ที่ อาคารขุนตานทักษิณา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ถนนลำปาง-งาว ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง นายสมเกียรติ ปงจันตา รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ได้เชิญคณะกรรมการที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวมาทำการสอบ ข้าราชการครูเกษียณ ผู้ร้องเรียน รวมถึงพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ
ขณะเดียวกัน นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า เรื่ื่องดังกล่าวโดยผู้ร้องได้เข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ก่อนจะเข้าพบกับท่าน ผอ.คนเดิม เพื่อให้ดำเนินการและเร่งสอบสวน จากนั้นศูนย์ดำรงธรรมได้ส่งเรื่องไปที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ก่อนที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจะส่งเรื่องมาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องการร้องเรียนดังกล่าว ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่าประชาชนให้ความสนใจ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง และคณะกรรมการสอบสวนจะทำงานอย่างเต็มที่ และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
"ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงให้ความสนใจ และติดตามเรื่องตลอดเวลา ทางเราเองก็ได้รายงานไปตามขั้นตอน ซึ่งการสอบสวนข้อเท็จจริงของกรรมการ ตนได้กำชับให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เร่งสืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งกรอบของการดำเนินงานตามขั้นตอน ตอนนี้เป็นการสอบตามขั้นตอน แต่ต้องใช้เวลา เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน แต่ต้องให้ทราบผลก่อนที่ ผอ.ที่ถูกกล่าวหาซึ่งเกษียณในปีนี้ หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนสอบ จากนั้นก็จะได้มีการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา หากมีมูลก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป"
ทั้งนี้ หลังจากมีการแฉ ผู้อำนวยการคนดังกล่าวยังคงเก็บตัวเงียบ ไม่มีการออกมาให้ข่าวหรือเคลื่อนไหวอย่างใด แต่แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้แจ้งว่า ผู้อำนวยการได้ให้ฝ่ายกฎหมายหรือทนายเก็บข้อมูลรวบรวมหลักฐาน โดยเฉพาะการแชร์หรือกล่าวโจมตีในเฟซบุ๊กอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



