ข่าว

“องอาจ”แนะรัฐแก้แรงงานต่างด้าวให้ปฏิบัติได้จริง

“องอาจ”แนะรัฐแก้แรงงานต่างด้าวให้ปฏิบัติได้จริง

03 ก.ค. 2560

“องอาจ”แนะรัฐแก้แรงงานต่างด้าวให้ปฏิบัติได้จริง   ป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐหา ประโยชน์โดยไม่ชอบจริงจัง

         3 ก.ค. 60  นายองอาจ   คล้ามไพบูลย์   รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 บังคับใช้เพิ่มเมื่อวันที่ 23  มิถุนายน  2560  มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการหลายประเภทจนทำให้คสช. เตรียมออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อผ่อนปรนการบังคับใช้บางมาตรา  เพื่อให้แรงงาน ต่างด้าวขอใบอนุญาตให้ถูกต้องว่า ต้องยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอยู่จำนวนมาก เพราะมีการปล่อยประละเลยให้มีการลักลอบเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายโดยมีเจ้าหน้าที่รัฐส่วนหนึ่งรู้เห็นเป็นใจด้วยการเรียก รับผลประโยชน์โดยมิชอบ 
        มาถึงวันนี้เมื่อภาครัฐเพิ่มมาตรการทางกฎหมายให้มีโทษรุนแรงขึ้น  โดยหวังจะยุติปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายลงให้ได้  ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปฏิบัติได้เพราะมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในไทยนับล้านคน  
        การใช้มาตรา 44 ผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายภายใน 120 วัน จึงทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง  การที่คนนับล้านคนต้องเดินทางกลับประเทศแล้วใช้เวลา 1 - 2 เดือน เสียค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 20,000 บาทกว่าจะกลับมาทำงานในไทยได้ใหม่  ผู้ประกอบการไทยก็คงไม่สามารถรอลูกจ้างต่างด้าวคนเดิมได้ คงต้องหาแรงงานใหม่  การจะหาแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายก็ไม่ใช่เรื่องง่ายจะจ้างแรงงานคนไทยก็หายากเพราะงานส่วนมากที่แรงงานต่างด้าวทำก็เป็นงานที่คนไทยไม่ทำ ขณะนี้ผู้ประกอบการหรือนายจ้างและภาครัฐจึงอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
.        เชื่อว่าขณะนี้ คงไม่มีนายจ้างอยากทำผิดกฎหมาย  แต่จะทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้  จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ภาครัฐจะเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปรับแก้เอ็มโอยูให้สามารถทำระบบวันสต๊อปเซอร์วิสในไทย  เพื่อทำให้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบที่ถูกกฎหมาย
.        ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ต้องหาทางป้องกันทุกวิถีทางอย่างจริงจัง ไม่ให้เกิดการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในไทยได้อีกต่อไป  เพราะในอดีตที่ผ่านมาการที่แรงงานต่างด้าวยังลักลอบเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายได้นับล้านคน เพราะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วน จากหลายหน่วยงานเรียก รับ ผลประโยชน์โดยมิชอบ
.        นายองอาจ กล่าวต่อไปว่า เชื่อว่าภาครัฐมีเจตนาดีที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อส่วนรวม ในทุกมิติ แต่การแก้ไขปัญหาใดๆ ก็ต้องคำนึงถึงการปฏิบัติด้วยว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่  และไม่ควรแก้ไขปัญหาที่อาจทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ที่กำลังมีปัญหาอย่างมากอยู่ในขณะนี้