ข่าว

ยึดในหลวง ร.9 เป็นต้นแบบในการต่อสู้ชีวิต

ยึดในหลวง ร.9 เป็นต้นแบบในการต่อสู้ชีวิต

03 ก.ค. 2560

วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.มีพสกนิกรจากทั่วสารทิศ เดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อมาเข้าแถวรอขึ้นกราบพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ

      ยึดในหลวง ร.9 เป็นต้นแบบในการต่อสู้ชีวิต

      วันที่ 3 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพของประชาชน วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.มีพสกนิกรจากทั่วสารทิศ เดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อมาเข้าแถวรอขึ้นกราบพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดตลอดทั้งวัน 
      นายธีรศักดิ์ ชุ่มเชื้อ อายุ 52 ปี นายช่างไฟฟ้า 7 แผนกซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลโรงงาน        พร้อมด้วยนางภัคพร ชุ่มเชื้อ พนักงานการผลิต 4 แผนกบรรจุยาเม็ด 2 องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ ตัวเองสายตาพร่ามัวไม่สามารถเดินทางคนเดียวได้ จึงต้องรอให้คนในครอบครัวอย่างนางภัคพร พามาจะได้ดูแลกัน โดยวันนี้ออกจากบ้านพักที่นนทบุรีแต่เช้ามาถึงบริเวณท้องสนามหลวงเวลา 08.00 น.และได้เข้ากราบเวลา 09.00 น.แม้สายตาจะมองเห็นไม่ชัดเจนแต่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความจงรักภักดีของพสกนิกรที่พร้อมใจกันมา ภาคภูมิใจที่ได้ใกล้ชิดกับพระองค์ท่าน แต่ก็เสียใจที่เป็นวาระที่พระองค์ท่านสวรรคตแล้ว 
    

ยึดในหลวง ร.9 เป็นต้นแบบในการต่อสู้ชีวิต

     "ตอนเล็กๆ มีโอการแต่งชุดลูกเสือรอรับเสด็จในหลวง ร.9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับใจถึงทุกวันนี้ พระองค์สำคัญกับชีวิตผม และคนไทยทุกคน ที่บ้านมีภาพพระองค์ติดอยู่เยอะมาก รักและศรัทธาพระองค์ เพราะท่านทรงงานอย่างหนักมาตลอดพระชนม์ชีพ ทรงเป็นกันเอง ไม่ถือพระองค์ ไม่ว่าส่วนไหนของประเทศก็เสด็จพระราชดำเนินมาหมด ทรงให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ภาพที่พระองค์ทรงโน้มพระวรกายไปรับดอกบัวเหี่ยวๆ ที่หญิงชรานำมาถวายน่าประทับใจมาก ทรงเข้าไปอยู่ในใจชาวประชา สำคัญว่าพระองค์เสด็จฯ และทรงงานด้วยพระเนตรที่มองเห็นเพียงข้างเดียว สะท้อนว่าทรงสู้ชีวิตมาก เมื่อก่อนเราก็ไม่เข้าใจนะ จนเมื่อสายตาเริ่มพร่ามัวถึงรู้ว่าใช้ชีวิตยากลำบากมาก แต่พระองค์ทรงไม่ท้อถอย เราจึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากต่อสู้เหมือนท่าน ยึดหลักความเป็นอยู่อย่างประหยัด ให้ความช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผล มีความซื่อสัตย์สุจริต อีกไม่กี่เดือนก็จะถวายพระเพลิงแล้ว วันนั้นคงไม่สามารถเดินทางมาได้เพราะรู้ว่าคนเยอะแน่นอน วันนี้ถือว่าเราได้พยายามทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว" นายธีรศักดิ์ กล่าว
    ด้าน น.ส.ศรีอากร สาแก้ว อายุ 33 ปี พนักงาน บริษัท แบนโด จ.สมุทรสาคร กล่าวภายหลังเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า วันนี้เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน โดยเพิ่งจะมีโอกาสเดินทางมาเป็นครั้งแรก อยากมานานแล้วแต่ติดทำงาน วันนี้เข้ากะกลางคืน เช้านี้จึงรีบนัดเพื่อนๆ มา และจะหาโอกาสเดินทางมากราบอีก โดยเฉพาะวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งใจกันไว้ว่าถ้ามีโอกาสก็จะเดินทางมาอย่างแน่นอน 

 

ยึดในหลวง ร.9 เป็นต้นแบบในการต่อสู้ชีวิต
         

  "ขณะขึ้นไปกราบเห็นพระบรมโกศแล้วทุกคนใจสั่น ตื่นเต้น เศร้า แต่ก็รู้สึกตื้นตันใจเพราะไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสขึ้นไปกราบ เคยคิดไว้ว่าอยากกราบตอนที่พระองค์ท่านยังมีพระชนม์ชีพมากกว่า แต่ก็ยังไม่มีโอกาส ก็รู้สึกเสียใจ อธิบายไม่ถูก เพราะพระองค์ท่านดูแลประชาชนตลอดมาโดยส่วนตัวก็ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น มีความอดทน มุ่งมั่น ขยันหมั่นเพียร และใช้จ่ายอย่างประหยัด ส่วนที่บ้านใน จ.พิษณุโลก ก็มีอาชีพเกษตรกร จึงได้ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ แบบผสมผสาน โดยอาศัยน้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของในหลวง ร.9 ที่มีการกระจายน้ำไปใประชาชนใช้ได้ตลอดทั้งปีอย่างทั่วถึงทุกหมู่บ้าน" น.ส.ศรีอากร กล่าว
    ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. หลังปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีจำนวนทั้งสิ้น 28,346 คน รวม 242 วัน มียอดสะสม 8,097,781 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลรวมทั้งสิ้น 626,877,093.01 บาท