
วงจรปิดมัด!แก๊งโจ๋รุมตื้บลุงขับรถกะป๊อดับ
ป่าเถื่อน !! ผบก.น.4 สั่งชุดสืบฯลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ล่าตัวกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายชายขับรถกะป๊อเสียชีวิต
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 2 ก.ค.2560 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า จากกรณีมีคลิปเผยแพร่ในสื่อโซเชียลว่า มีผู้สูงอายุถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีการระบุว่า เกิดขึ้นในช่วงเวลา 22.00 น.ของวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุรุมทำร้ายคนแก่และคนที่เข้าช่วยเหลือ จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เหตุเกิดบริเวณพงษ์สุข อพาร์ทเม้นโชคชัย 4 เลขที่ 166 ซอยโชคชัยสี่ 36 แขวง-เขตลาดพร้าว
จากการตรวจสอบทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ นายสัจจา ปราศรัย อายุ 63 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเปาโล โชคชัย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีนางพิมพ์จรี โมกขศักดิ์ อายุ 39 ปี ,นายพลตรี ศรีสะอาด อายุ 28 ปี และนายปรีชา งามเจริญ อายุ 46 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
จากการสอบสวนทราบว่า นายสัจจา ได้ขับรถซูบารุเล็กเข้ามาในซอย จากนั้นได้มีคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ตามเข้ามายังอพาร์เม้นท์ดังกล่าว ก่อนที่จะมีการชกต่อยและกระชากตัวนายสัจจาจนล้มลง โดยคนร้ายทั้ง 2 คนรุมกระทืบที่ศีรษะ จากนั้นคนร้ายได้พยายามขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่นายพลตรี นางพิมพ์จรี และนายปรีชา ได้พยายามเข้าช่วยเหลือนายสัจจา และถูกคนร้ายทั้ง 2 คนต่อสู้ตะลุมบอนกัน ต่อมาขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังต่อสู้กันอยู่นั้นได้มีคนร้ายอีก 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาช่วยและรุมทำร้ายนายพลตรี นางพิมพ์จรี และนายปรีชา ระหว่างนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำให้กลุ่มคนร้ายหลบหนีไป
ด้าน พ.ต.อ.สุพล กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางพล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 ได้ประชุมฝ่ายสืบสวน พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและหาหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี สำหรับคดีดังกล่าวถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ในเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะโกรธแค้นกับผู้เสียชีวิต สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากการขับขี่บนถนน เพราะเมื่อมาถึงอพาร์เม้นท์นายสัจจา เอ่ยว่า “เพิ่งมีเรื่องมา” ก่อนที่คนร้ายจะตามมาทำร้ายดังกล่าว



