ข่าว

มติครม.ประกาศพรบ.มั่นคง18-22ก.ย.

มติครม.ประกาศพรบ.มั่นคง18-22ก.ย.

15 ก.ย. 2552

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงช่วง 18-22 ก.ย. เฉพาะพื้นที่เขตดุสิต "จตุพร"ยันไม่หวั่น ย้ำเดินหน้าชุมนุม19ก.ย. "ธานี"รับฟังแผนงานของการทำงานควบคุมฝูงชน

(15ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ประกาศ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 18 - 22 ก.ย. โดยผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมจะได้รับการคุ้มครองดูแลที่ชัดเจน ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าการประกาศใช้พ.ร.บ.จะไม่กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยจะมีการใช้กฎหมาย 13 ฉบับและกฎหมายอาญา เป็นข้อกำหนดในการปฏิบัติงาน เช่น อาจมีการตั้งจุดตรวจค้นอาวุธในบางจุด ซึ่งจะใช้กำลังตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติงานหลัก

และจะมีกำลังทหารเข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา แต่โดยภาพรวมจากการประกาศใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวมา 2 ครั้ง ถือว่าก็ไม่มีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิของประชาชนแต่อย่างใด ทั้งนี้รัฐบาลขอขอชวนให้สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของกองอำนวยการรักษาความสงบ(กอรส.) ซึ่งต่างกับต่างประเทศหากมีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จะไม่อนุญาตให้สื่อเข้ามาสังเกตการณ์ พร้อมทั้งชี้แจงไปยังสถานทูตทั่วประเทศไทย ได้รับทราบด้วย

 “ รัฐบาลได้รับรายงานว่าในการชุมนุมครั้งนี้ ตัวเลขของผู้จะมาร่วมชุมนุมนั้น มากกว่าครั้งที่ผ่านมา เพราะเขาสามารถระดมมวลชนได้รวดเร็ว ขึ้นอยู่กับผู้ที่สนับสนุนอยู่ข้างหลังว่าจะสั่งการอย่างไร ซึ่งวันที่ 16 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมกอ.รมน. เพื่อประเมินสถานการณ์และตัวเลขของผู้ชุมนุมอีกครั้ง โดยนายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้อำนวยการกอรส. เพื่อกำหนด ซึ่งรูปแบบคาดว่าจะคล้ายกับเมื่อครั้งที่ผ่านมา ” นายปณิธาน กล่าว

 นายปณิธาน กล่าวว่า จากการประเมินของหน่วยงานด้านความมั่นคงมีการรายงานว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมชุมนุมจำนวนมากขึ้น จากครั้งที่ผ่านได้ประเมินว่ามีผู้เข้ามาชุมนุม 2-3 หมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ กทม.และปริมณฑล แต่ในครั้งนี้มีการประกาศรวมตัวกันทั่วประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เนื่องจากเป้าหมายหลักของการชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปชุมนุมบ้านพักของบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ ที่ทำการของรัฐ ที่ตั้งทหาร และสร้างสถานการณ์ที่นำไปสู่ความรุนแรง ดังนั้นภายในเวลา 5 วันของการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เชื่อว่ารัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์และป้องกันเหตุได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ในคดีสลายการชุมนุม 7 ต.ค. 51 จะส่งผลให้ตำรวจที่จะปฏิบัติหน้าที่ใส่เกียร์ว่างหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า คิดว่าตำรวจสามารถแยกแยะได้ ขอย้ำว่าการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เป็นเพียงการเฝ้าระวังเหตุ และให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กอรส.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการควบคุมสถานการณ์ใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน และขอให้ครม.ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

 เมื่อถามว่าเหตุใดจึงประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไปถึงวันที่ 22 ก.ย. เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะไม่ชุมนุมยืดเยื้อ และจะสลายตัวในวันที่ 20 ก.ย นายปณิธาน กล่าวว่า ทราบว่ามีประชาชนหลายกลุ่มที่จะมาชุมนุม ซึ่งบางส่วนอาจจะเดินทางกลับไม่ทัน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่จะเตรียมตัวเดินทางกลับ ได้แยกย้ายกันโดยสวัสดิภาพ

 เมื่อถามต่อว่า กังวลหรือไม่ว่าจะมีกลุ่มมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง นายปณิธาน กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ จึงขอความร่วมมือจากภาคประชาชน ให้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม ถึงแม้จะมีแนวโน้มว่าไม่มีเหตุที่ต้องกังวลก็ตาม

 ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลได้ประเมินหรือไม่ ในกรณีที่มีกระแสข่าวว่าการชุมนุมจะนำไปสู่เงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ นายปณิธาน กล่าวว่า ครม. ไม่ได้ประเมินเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่ามีบางกลุ่มที่ปฏิเสธ การเมืองตามแนวทางประชาธิปไตย แต่สถานการณ์ขณะนี้ไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และประชาชนยังให้การเมืองให้โอกาสรัฐบาลเข้ามาฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ทางการเมืองให้กลับสู่ภาวะปกติ

"จตุพร"ยันไม่หวั่นพรบ.มั่นคงย้ำเดินหน้าชุมนุม19ก.ย.

  เมื่อเวลา 13.40 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดิน แถลงข่าวว่า การประกาศใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นไปตามคาดหมาย แต่กลุ่มคนเสื้อแดงยังคงยืนยันที่จะชุมนุมตามเดิมในวันที่ 19 ก.ย. เลิกชุมนุมในเวลา 24.00 น. ของวันเดียวกัน สิ่งที่เรากังวลคือการใช้กำลังทหารในระหว่างที่มีความขัดแย้งภายในรัฐบาลด้วยกันเอง อาจมีชนวนเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น ซึ่งถ้าวันที่ 19 ก.ย.มีการใช้ความรุนแรงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อาจไม่ได้กลับประเทศไทยจริงๆก็ได้

"ธานี"รับฟังแผนงานของการทำงานควบคุมฝูงชน

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 1300 น. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รรท.ผบ.ตร.ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปจากคณะทำงานศึกษาและพัฒนาวิธีปฏิบัติงานควบคุมฝูงชนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ได้เข้ารับฟังแผนงานของการทำงานควบคุมฝูงชน โดยแผนนี้จะเป็นแผนการทำงานหลัก มีการวางรายละเอียดทั้งเรื่องกำลัง การส่งกำลังบำรุง การประชาสัมพันธ์ แต่ละหน่วยมีหน้าที่ทำอะไรบ้างกำหนดไว้หมด มีการแจกจ่ายคู่มือนี้ให้ทุกหน่วยแล้ว ส่วนการประกาศ พรบ.ความมั่นคงของรัฐบาลนั้น ตำรวจไม่มีอะไรทำตามหน้าที่เหมือนเดิม ส่วนการจะใช้กำลังสลายการชุมนุมนั้นจะมีการใช้แก๊สน้ำตาหรือไม่ เรื่องนี้ขอให้มองใน ภาพปัจจุบัน อย่าไปมองภาพในอดีต เราเน้นการเจรจาหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ ทุกอย่างทำตามขั้นตอน ดูตามสถานการณ์ทุกอย่างเขียนไว้ในแผนหมดแล้ว ส่วนการเฝ้าระวังมือที่สามที่จะก่อเหตุนั้น ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานที่สำคัญ บุคคลสำคัญตามแผน รวมทั้งดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วไปของประชาชนตามปกติ

 ส่วนกำลังพลที่จะใช้ดูแลรักษาความสงบในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ได้เตรียมกำลังไว้ประมาณ 3900-4000 นาย ส่วนการประเมินจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมคาดว่าจะมีประมาณ 20000 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก ตำรวจได้มีการประเมินจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมทุกวัน จนถึงวันชุมนุม

 ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุม คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ว่าในวันนี้จะมีการประชุมวาระอะไร พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่าเป็นการประชุมคัดเลือกคณะกรรมการ กตช.ผู้ทรงคุณวุฒิ ทดแทน พล.ต.อ.สุเทพ ธรรมรักษ์ กตช.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ลาออกไป ซึ่งขณะนี้ตนได้เตรียมรายชื่อบุคคลไว้ 2 คน เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีในการประชุมครั้งนี้

 ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือ ให้เปลี่ยนตัว พล.ต.อ.ธานี ออกจากตำแหน่ง หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และคดีเกี่ยวกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากมองว่า พล.ต.อ.ธานี วางตัวไม่เป็นกลางนั้น พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่าเรื่องนี้ตนยังไม่เห็นหนังสือจะให้พิจารณาอะไร มีส่วนได้เสียอะไร แต่อยากทราบว่า พ.ต.ท.กานต์ เป็นใคร เป็นผู้มีส่วนได้เสียอะไร มาเกี่ยวข้องอะไรด้วย

 ด้าน พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษก.ตร. กล่าวว่ารายชื่อที่ รรท.ผบ.ตร.จะเสนอเพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่ง กตช.ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน พล.ต.อ.สุเทพ นั้น ทราบว่า รรท.ผบ.ตร.ได้นำรายชื่อเสนอนายกรัฐมนตรีแล้ว2 รายชื่อ ขั้นตอนต่อไปตามระเบียบ นายกรัฐมนตรีจะเลือก1รายชื่อเพื่อให้ที่ประชุม กตช.เห็นชอบ จากนั้นจึงนำชื่อขึ้นทูลเกล้าต่อไป ซึ่งบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบุคคลที่ได้รับการคัดเลือก ยังไม่สามารถเข้าที่ประชุม กตช.ได้ทันทีต้องรอให้มีการโปรดเกล้าเสียก่อน ซึ่งในการประชุม กตช.ในวันที่16 ก.ย.จะเป็นวาระการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ กตช.คนใหม่ก็ไม่สามารถเข้าที่ประชุมได้

 รายงานข่าวแจ้งว่าที่นายกรัฐมนตรี จัดให้มีการประชุมคัดเลือก กตช.ผู้ทรงคุณวุฒิทดแทน พล.ต.อ.สุเทพ ทันทีก็เพื่อกันข้อครหาว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีสัดส่วนที่น้อยกว่า กรรมการโดยตำแหน่งมากเกินไป และแม้จะได้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนใหม่แล้วก็ตาม แต่ตามขั้นตอนการคัดสรรยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะมีการโปรดเกล้า กรรมการท่านนี้ก็ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ 

 ก่อนหน้านั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คัดค้านการประกาศใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร เพราะเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน ว่า ยังไม่เห็นหนังสือจากคณะกรรมการสิทธิฯ แต่การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่น่าจะส่งผลกระทบหรือละเมิดสทิธิเสรีภาพของประชาชน เพราะการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จะไม่มีอะไรที่ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน รัฐบาลเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนของประชาชน หากประชาชนชุมนุมด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่กระทำผิดกฎหมายก็สามารถชุมนุมได้ ขอร้องอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นการล่วงละเมิดต่อสิทธิจของประชาชนคนอื่น โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนน เจ้าของบ้าน และผู้ที่ไปทำงาน
 
 อยากเรียนว่าพี่น้องประชาชนที่สุจริตชนไม่มีอะไรที่ต้องกังวลกับการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และรัฐบาลจะใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะตระหนักดีว่าการดูแลควบคุมความสงบในบ้านเมือง ไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่คาดหมาย ซึ่งต้องระมัดระวังที่สุด โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ได้ซักซ้อมเตรียมงานเนอย่างดี พร้อมทั้งเตรียมการประชาสัมพันธ์ให้ประชาขนที่มาร่วมชุมนุมได้เข้าใจกฎหมายทุกขั้นตอน
 
 เมื่อถามว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเห็นว่าการประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ สามารถประกาศได้ภายใน 1 ช.ม.หากเห็นว่าสถานการณ์รุนแรง ไม่จำเป็นต้องประกาศล่วงหน้า นายสุเทพ กล่าวว่า มีความจำเป็นที่ต้องใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ซึ่งในมุมมองของตนในฐานะที่รับผิดชอบสถานการณ์บ้านเมืองเห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ เพราะประชาชนคนไทย ไม่อยากเห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนที่พัทยาและช่วงเดือนเม.ย.ที่มีการเผาบ้านเผาเมืองในช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นภาพที่เสียหายต่อประเทศไทย การประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯจึงเป็นวิธีการป้องกัน ไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำอีก โดยในขณะนี้การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯนั้นในเบื้องต้นจะประกาศพื้นที่ความมั่นคงฯเฉพาะเขตดุสิต ยกเว้นหากการข่าวของตนระบุว่าจะมีการไปบุกปิดล้อมสนามบิน จึงจะมีการพิจารณาประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงขยายพื้นที่ความมั่นคงต่อไป
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลประเมินว่าสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.จะรุนแรงแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่มาชุมนุมได้ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่า เราอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ควรทำอะไรที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือทำร้ายบ้านเมือง ตนกำชับเจ้าหน้าที่ไม่ให้ทำร้ายประชาชนก่อน ยกเว้นการป้องกันทรัพย์สินทางราชการ ประชาชนและสิทธิมนุษยชน หากเกิดอะไรขึ้นเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศจะเข้าใจ ตนจะจัดให้มีการอำนวยความสะดวก โดยจัดให้สื่อมวลชนได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ทุกจุดและรายงานอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง เพื่อต้องการให้ประชาชนเห็นความจริงทุกประการ ไปพร้อม ๆ กัน
 
 เมื่อถามถึงกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เตรียมเสนอขอให้ครม.อนุมัติโครงการไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง จะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลายกลายเป็นม็อบชนม็อบ รัฐบาลจะดูแลมวลชนขนาดใหญ่อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง ไม่ได้คุยกันเพราะติดภารกิจเดินทางลงไปภาคใต้ แต่ส่วนตัวไม่ต้องการให้เห็นการเผชิญหน้าใด ๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น เพราะตนพูดจาแทบจะกราบกรานทุกวัน จะพยายามระมัดระวังให้มากที่สุด แต่ขอเวลาดูก่อนว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเป็นหน้าที่ตนที่จะต้องรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนทุกกลุ่ม
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า การประเมินจากการข่าวการชุมนุมจะรุนแรงระดับไหนถึงจะต้องประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นายสุเทพ กล่าวว่า เราก็เห็นตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อมีการชุมนุมของคนจำนวนมาก และมีผู้นำที่ไม่คำนึงถึงกฎหมาย กฎเกณฑ์กติกาของสังคม ครั้งนี้พบว่าจะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมจำนวนไม่น้อย และผู้นำการชุมนุมก็เป็นบุคคลที่ก่อเรื่องราวทำความเสียหายกับบ้านเมืองมาแล้ว หากรัฐบาลไม่เตรียมาตรการรักษาความปลอดภัย ตนในฐานะที่ดูแลงานความมั่นคงก็ต้องรับผิดชอบ เพราะถือเป็นความบกพร่อง และทำให้เกิดการเสียใจกันทั้งประเทศ
 
 เมื่อถามว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงดูเหมือนต้องการให้การปฏิวัติเกิดขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่ป้องกัน และส่วนตัวไม่ทราบว่ากลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มสมาชิกพรรคเพื่อไทยและอดีตผู้บริหารของพรรคไทยรักไทย เอาข้อมูลเรื่องการปฏิวัติมาจากไหนทั้ง ๆ ที่ตนอยู่ในสายข่าวความมั่นคง ยังไม่ได้ข่าวว่าใครจะคิดปฏิวัติ และก็ไม่เชื่อว่าจะมีใครคิดปฏิวัติ
 
 ถามว่า ความสัมพันธ์ของรัฐบาลกับกองทัพยังไปด้วยกันด้วยดีหรือไม่ นายสุเทพ ยิ้มและกล่าวว่า “ เมื่อวานผมเป็นพลเรือนคนเดียวที่อยู่ในหมู่ทหาร ก็มีความปลอดภัยดี เขาก็เลี้ยงข้าวเลี้ยงปลา ไปไหนก็ดูแลอย่างดี ไม่เห็นเป็นปัญหาอะไร ขอความกรุณาเถอะครับ อย่าไปพูดจาตามข่าวลือ เพราะยิ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ผมได้ทำงานคลุกคลีกับทหารมา 8-9 เดือน ผมเข้าใจหัวจิตหัวใจของทหารดี เขาก็รักชาติบ้านเมือง รักระบอบประชาธิปไตย ไม่มีใครคิดอะไรนอกลู่นอกทางได้ ”
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ปฏิวัติ 19 ก.ย. จะไม่กลับย้อนรอยมาเกิดกับนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวย้ำหนักแน่นว่า “ ไม่มีปฏิวัติแน่ ผมเป็นผู้ดูแลรักษาการเอง รับรองว่าไม่มีการปฏิวัติ 18 19 20 ก.ย.นี้ ขอให้พี่น้องประชาชนอยู่บ้านสบายใจ อย่าไปเชื่อ ให้เชื่อผมแล้วกัน ปฏิวัติวันไหน ผมถอดเสื้อถอดผ้าเดินออกไปเลย เพราะผมเชื่อว่าไม่มีกลุ่มไหนที่จะปฏิวัติได้ อย่าไปเรียกร้องเลย ไม่รู้ว่าพวกที่อกมาเรียกร้องให้ปฏิวัติเรียกร้องหาอะไร ”