
กรมชลฯเดินหน้าพัฒนาลุ่มน้ำวัง
กรมชลฯเดินหน้าพัฒนาลุ่มน้ำวัง
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนดูความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนว่าทุกโครงการกรมชลประทานได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)และแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIMP) มากเป็นพิเศษ เพื่อที่จะให้การดำเนินงานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม และเป็นการพัฒนาที่สร้างสมดุลในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จนทำให้กรมชลประทานได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards หรือรางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมีการจัดสภาพแวดล้อมดีเด่น โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ล่าสุดกรมชลประทานได้ดำเนินการจัดทำรายงาน EIA และ EIMP โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำบ้านวังยาว อ.สบปราบ จ.ลำปาง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 โครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ได้ดำเนินการศึกษา EIA ในลุ่มน้ำวัง ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากราษฎรในพื้นที่อ.สบปราบ ได้ทำหนังสือถึงศูนย์ดำรงธรรม จ.ลำปาง เสนอให้สร้างฝายกั้นแม่น้ำวัง ที่ ต.แม่กัวะ อ.สบปราบ พร้อมระบบส่งน้ำ เมื่อปี พ.ศ. 2550 ต่อมาในปี พ.ศ.2557 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ได้ดำเนินการศึกษาเบื้องต้นโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้ข้อสรุปว่า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควรจะสร้างเป็นประตูระบายน้ำ(ปตร.) โดยมีที่ตั้งหัวงานอยู่ หมู่ 2 บ้านอ้อ ต.แม่กัวะ และได้ทำการศึกษาเพื่อจัดทำรายงาน EIA และ EIMP เมื่อปี 2558
“การศึกษา EIA และ EIMP ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งครอบคลุมทุกๆด้านทั้งความเหมาะสมเชิงวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและเศรษฐศาสตร์ เน้นความสอดคล้องกับภูมิสังคมและตอบสนองความต้องการในพื้นที่เป็นหลัก ประกอบด้วยแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม 8 แผน และแผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม 10 แผน ทั้งระยะก่อสร้างและระยะดำเนินโครงการ โดยมีหน่วยงานภาคีร่วมรับผิดชอบ ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน กรมป่าไม้ กรมประมง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมอนามัย และกรมควบคุมโรค” ดร.สมเกียรติ กล่าว
รองอธิบดีกรมชลประทานยังกล่าวต่ออีกว่า การมีประตูระบายน้ำนั้น นอกจากจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าแล้ว ยังช่วยให้สัตว์ป่ามีแหล่งน้ำ เป็นการสร้างความยั่งยืนและสมดุลทางธรรมชาติระหว่างประชาชน น้ำ ป่าไม้ และสัตว์ป่า อีกทั้งน้ำยังช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ทำให้เศรษฐกิจภายในชุมชนนั้นๆ ดีขึ้น ลดการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงาน ในทางตรงกันข้ามจะเกิดการย้ายถิ่นของแรงงานกลับสู่บ้านเกิดมากขึ้นลดความแออัดในสังคมเมืองได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ประตูระบายน้ำยังช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลาก หรือลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ รวมทั้งยังจะเป็นสถานที่พักผ่อน ท่องเที่ยวภายในชุมชนอีกด้วย
สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำบ้านวังยาวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปรายงาน EIA และ EIMP เสนอให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) พิจารณา หากไม่มีปัญหาอะไรประมาณปี พ.ศ. 2563 จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งจะสามารถเก็บกักน้ำในลำน้ำ เพื่อเป็นน้ำต้นทุนได้ประมาณ 6.13 ล้าน ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ถือเป็นประตูระบายน้ำที่สามารถเก็บกักน้ำได้เท่าๆ กับอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง และที่สำคัญจะมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการถึง 23,240 ไร่ ครอบคลุมในพื้นที่ ตำบลแม่กัวะ ตำบลนายาง และตำบลสบปราบ
“จากการสอบถามผู้นำชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนายกอบต. หรือแม้กระทั่งนายอำเภอสบปราบ จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าชาวบ้านในพื้นที่ อ.สบปราบเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยที่จะดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำดังกล่าว เพราะเห็นว่าประโยชน์ที่จะได้รับคุ้มค่า ในขณะที่ผลกระทบนั้นน้อยมาก” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวในตอนท้าย



