
"แม่-น้องบีม"พร้อมให้ข้อมูลสภาทนาย
“สภาทนาย”รอ"แม่-น้องบีม"ให้ข้อมูลร้องเรียน 3 ก.ค.นี้ ก่อนตั้งประเด็นสอบ“ทนาย”เชิดเงินค่าเสียหายคดีรถชน
30 มิ.ย.60 นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือนางพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดา ของ ด.ญ.ภัทรดา เเก้วผ่องหรือน้องบีม ผู้เสียหายที่ถูก “ นาย พ.”ทนายความ ได้เอาเงินค่าเสียหายคดีถูกรถพ่วง 18 ล้อชนปี 2548 ที่บริษัทคู่กรณีชดใช้ 5 ล้านบาทไปว่า ทราบว่าฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความ ได้ติดต่อและมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายในฐานะผู้กล่าวหา มาให้ปากคำ และลงชื่อก่อนเพื่อที่จะได้รู้ว่ามีการกล่าวหาทนายคนดังกล่าวว่าอย่างไรบ้าง เเละจะได้ส่งคำกล่าวหาไปให้ทนายความนั้นทราบว่ามีการกล่าวหาและจะมีการยื่นคำเเก้การกล่าวหาอย่างไร เเต่ทั้งนี้อยากให้ทนายความคนดังกล่าวมาให้ปากคำด้วยตัวเองมากกว่า เพราะจะทราบความจริงจากคำพูดเลย แต่หากจะทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรก็สามารถทำได้หลังจากที่รับหนังสือแจ้งหาเเล้วภายใน 15วัน
เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวอีกว่า ตอนนี้เราไม่สามารถติดต่อได้เลย ไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หรือไม่ ในส่วนของนางพรทิพย์และน้องบีม ขณะนี้ทางเราติดต่อได้แล้ว โดยจะเดินทางมาให้ปากคำที่สภาทนายความในวันที่ 3 ก.ค.นี้
“สภาทนายความขอเรียนย้ำว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะเป็นเรื่องที่สังคมจับตามอง มีการกระทำกับคนพิการ ที่นับเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก เเต่เราจะไปฟันธงเลยก็ไม่ได้ จะต้องขอสอบสวน และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากจะฟ้องจะฟ้องข้อหาอะไรบ้าง อายุความยังมีอยู่หรือไม่ เเต่ขณะนี้เท่าที่ทราบมีการเเจ้งความดำเนินคดีกับทนายความคนนั้นในข้อหาปลอมเเปลงเอกสาร ก็ต้องดูว่าคดีที่เเจ้งความนั้นตำรวจหรืออัยการมีความเห็นอย่างไร”นายสรัลชา กล่าวและว่า กระบวนการจะต้องเริ่มต้นจากผู้เสียหายก่อนที่จะสอบต่อไปได้ ไปถึงศาล โรงพัก หรือบริษัทรถพ่วง ซึ่งตอนนี้เราได้สอบเรื่องไปยังศาลจังหวัดไชยา ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เเละได้คำพิพากษามาเเล้วจะค่อยสอบสวนต่อไป เเต่ตามกระบวนการจะต้องฟังความทั้งสองฝ่าย จะไปด่วนตัดสินเลยไม่ได้ต้องให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณี



