ข่าว

จ่อประเมินภาษีรถหรูอีก 300 คัน

จ่อประเมินภาษีรถหรูอีก 300 คัน

30 มิ.ย. 2560

ศุลกากร-DSIอายัดรถโจรกรรม 2 คัน หลังถูกส่งจากไทยไปฮ่องกง ก่อนหน้าหนังสืออายัดเพียง 1 วัน เร่งประเมินภาษีรถหรูอีก 300 คัน หารืออังกฤษ-เยอรมันล้อมคอกเลี่ยงภาษี

          30 มิ.ย.60 นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดี การเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ), นายมเหสักข์ พันธ์ สง่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ และนายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ ผอ.สำนักงานศุลกากรท่าเรือ แหลมฉบัง ร่วมแถลงข่าวอายัดรถเมอร์ซิเดรส เบนซ์  รุ่น GLE 350 d AMG สีดำ และนิสสัน GTR สีขาว หลังขึ้นเรือบรรทุกส่งไปส่งปลายทางที่ประเทศฮ่องกง หลังพบว่าเป็นรถโจรกรรมจากประเทศอังกฤษ                     จ่อประเมินภาษีรถหรูอีก 300 คัน

           นายกุลิศ กล่าวว่า รถยนต์ทั้ง 2 คันที่ถูกส่งออกไปประเทศฮ่องกง  ดีเอสไอได้ประสานตำรวจและศุลกากรประเทศฮ่องกงขอให้อายัดไว้และส่งรถกลับมาที่ประเทศไทย เนื่องจากเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษเมื่อ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่ารถทั้ง 2 คันถูกย้ายจากท่าเรือแหลมฉบังไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 ขณะนี้กรมศุลกากรกำลังเร่งสอบขั้นตอนการนำรถยนต์ทั้ง 2 คันออกนอกประเทศเพื่อไม่ให้ถูกการอายัดได้อย่างไร  ซึ่งเบื้องต้นพบข้อมูลการนำเข้าโดยบริษัท มาสเตอร์ ออโต้พาร์ต แอนด์เซอร์วิส  โดยรถยนต์เมอร์ซิเดรสเบนซ์ ถูกส่งเข้ามาทางเรือเมื่อวันที่ 5 ต.ค.59 ส่วนรถยนต์นิสสัน GTR นำเข้ามาโดยเครื่องบิน เที่ยวบินที่ ทีจี 917 เมื่อเดือนก.พ.60 และจอดในเขตปลอดอากรของบริษัทดังกล่าวมาตลอด จนกระทั่งหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร หรือ NaVCIS (National Vehicle Crime Intelligence Service) ประสานให้ดีเอสไออายัดรถไว้ ทั้งนี้ ยืนยันว่ากรมศุลกากรจะตรวจสอบรถทุกคันโดยไม่ปล่อยให้รถที่ถูกโจรกรรมมาถูกทำให้เป็นรถที่ถูกต้อง

        จ่อประเมินภาษีรถหรูอีก 300 คัน

           ส่วนรถยนต์ที่นำเข้าเลี่ยงภาษีโดยการสำแดงเท็จ อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยกรมศุลกากรประเมินภาษีรถยนต์และส่งกลับให้ดีเอสไอแล้ว 32 คัน ล่าสุดดีเอสไอได้ประสานให้กรมศุลกากรประเมินภาษีรถยนต์เพิ่มอีก 300 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและประเมินภาษี  และหลังจากนี้กรมศุลกากรจะเร่งแก้ไขคำสั่งกรมศุลกากรที่ 317/2547 เรื่องแนวทางการพิจารณาราคารถยนต์นั่งสำเร็จรูป โดยจะเร่งให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนก.ค.นี้  จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็น รวมถึงประเด็นที่ผู้ประกอบการท้วงว่ากำแพงภาษี 328 เปอร์เซ็นต์สูงเกินไปหรือไม่ โดยจะศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวและเปรียบเทียบกับอัตราภาษีของประเทศอื่น  แต่ต้องไม่ให้กระทบกับผู้ผลิตรถยนต์ในไทยด้วย

           นายกุลิศ ยังกล่าวถึงการยกเลิกการประมูลรถยนต์ของกรมศุลกากร 315 คัน ว่า เบื้องต้นสั่งถอนออกการประมูล เนื่องจากต้องใช้เวลาตรวจสอบกับสถานทูตอังกฤษถึงรถยนต์ต้องสงสัย  รวมถึงกรณีที่กรมการขนส่งทางบกขอให้ตรวจสอบความชัดเจนรถยนต์ของกลางที่จะนำประมูล เพราะหากไม่ถูกต้องกรมการขนส่งทางบกจะไม่รับจดทะเบียนให้กับผู้ซื้อ ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนก่อนประมูล เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภคที่มาร่วมประมูลและจ่ายเงินซื้อรถยนต์ ส่วนที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางโซเซียลว่ารถที่นำมาประมูลของกรมศุลกากรบางคันเป็นแลมโบกินี่แต่เครื่องยนต์เป็นของซูบารุนั้น ขอยืนยันว่ารถยนต์ 315 คันที่จะนำมาประมูลจะต้องถูกตรวจสอบยืนยันความถูกต้อง ก่อน ในกรณีรถยนต์จดประกอบที่มีเลขทะเบียนตัวถังและเครื่องยนต์ไม่ตรงกันจะถูกถอดออกจากการประมูลทั้งหมด  

          จ่อประเมินภาษีรถหรูอีก 300 คัน          “เร็ว ๆ นี้ผมจะไปร่วมประชุมศุลกากรโลก และจะอาศัยเวทีดังกล่าวประชุมทวิภาคีกับศุลกากรประเทศอังกฤษและศุลกากรเยอรมัน เพื่อประสานข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้ารถยนต์ด้วยการสำแดงต่ำและการโจรกรรมรถยนต์เข้ามาโดยผ่านพิธีการศุลกากร  ซึ่งเบื้องต้นได้ข้อมูลจากศุลกากรประเทศอังกฤษว่ารถที่ถูกโจรกรรมจะใช้วิธีผ่อนดาวน์กับบริษัทไฟแนนซ์เพียง 1 งวด และส่งขายต่างประเทศ  ซึ่งเป็นปัญหาภายในของประเทศอังกฤษเองที่ขอความร่วมมือให้ไทยช่วยติดตามรถคืน  โดยประเทศอังกฤษจะส่งข้อมูลรถโจรกรรมมาให้ตรวจต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีมากกว่าที่แจ้งไว้จากเดิมจำนวน 42 คัน"นายกุลิศกล่าว
          นายกิตติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบขั้นตอนการส่งออกรถยนต์ 2 คัน พบว่าผ่านพิธีศุลกากรปกติ โดยนำออกจากฟรีเทรนด์ โซนไปขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งที่ผ่านมาเอกชนรายนี้นำเข้ารถยนต์และรอขายในประเทศไทย แต่มีเพียง 2 คันนี้เท่านั้นที่นำเข้ามาและส่งออกต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายอำนาจสอบสวนของดีเอสไอหรือกรมศุลกากร 

      จ่อประเมินภาษีรถหรูอีก 300 คัน

        พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวว่า สำหรับรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมทั้ง 42 คัน ขณะนี้ดีเอสไอพบแล้ว 15 คัน ถูกเก็บรักษาไว้ที่เขตฟรีโซนของกรมศุลกากร 5 คัน  โดยในสัปดาห์หน้าดีเอสไอได้เรียกบุคคลและนิติบุคคลมารับทราบข้อกล่าวหาหลายราย